‘ป้าดา’ คัมแบ็ก! บุกจี้สอบขบวนการทำเอกสารแบ่งที่ดินวัดป่าอดุลยาราม แต่งตั้งเจ้าอาวาสปลอม เผยแผนลับ ยอมถูกสังคมด่า เพราะล่อเอกสารเท็จ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 ต.ค.2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือป้าดา พร้อมด้วย นางบัวไข สรสมุทร หรือป้าบัวไข เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.ต.ฤทธิ์นันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผบก.ปปป. เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ สน.พระโขนง ปมถูกดำเนินคดีบุกรุก และข้อพิพาทที่มีการอุทิศเพื่อใช้สร้างวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น

นายวรเดช ช่างบุ (ทนายแหวน ทานอส) อดีตผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ในฐานะที่ปรึกษาผู้จัดการมรดกของนางบัวไข เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมากองปราบ เพื่อจะมาแจ้งเพิ่มเติม เนื่องจากวันที่ 13 ต.ค.2569 พบใบตราตั้งเจ้าอาวาสเป็นเอกสารปลอม เพราะจากข้อมูลแต่งตั้งเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2535 แต่กฎหมายพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ประกาศใช้วันที่ 5 มี.ค.2535 ถ้าออกมาโดยชอบจะต้องออกมาหลังจากกฎหมายบังคับใช้ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้ ก็แปลว่าเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันใช้เอกสารปลอม ในการเป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี 2535 แล้วก็ปลอมเรื่อยมาจนถึงปี 2569 รวมแล้วใช้เอกสารปลอมนี้ 34 ปี

ด้านป้าดา เปิดเผยว่า เดินทางมาวันนี้มายื่น 2 เรื่อง ได้แก่ หมายจับปลอมจาก สน.พระโขนง และปมพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม ของป้าบัวไข ที่ผ่านมาตนล่อซื้อให้ไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลังที่อยากจะได้ที่ดินของตาเฮียง เอาหลักฐานเท็จออกมาแสดง ที่ผ่านมาตนยอมถูกสังคมรุมประณาม และด่าสารพัด เพื่อจะให้ได้หลักฐาน สุดท้ายเขาก็เอาหลักฐานเท็จออกมาแสดงจริงๆ

ป้าดา กล่าวว่า เคยออกมาเรียกร้อง 20 กว่าปี ไม่เคยเป็นผล เขาก็เอาโฉนดไปซุกซ่อน นางบัวไข ผู้จัดการมรดก ไม่เคยเห็นโฉนดของนายเฮียง พิมศรี เลย

ป้าดา กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น เป็นวัดตามคำกล่าวอ้าง หน่วยงานใดที่ตัดสินว่าเป็นวัด ก็อยากถามไปถึงประธานกรรมาธิการปกป้องพระพุทธศาสนาว่า ท่านไม่รู้กฎหมายจริงๆ หรือ ท่านปกป้องพระพุทธศาสนาภาษาอะไร ยืนยันที่ดินโฉนดเนื้อที่ 21 ไร่ เป็นของนายเฮียง ตามกฎหมายเขียนไว้ชัดเจน

ป้าดา กล่าวว่า จนถึงปัจจุบัน ก็ยังมีแก๊งที่อยากจะได้ที่ดินผืนนี้ ฉกฉวยแย่งชิงไปโอนเอาที่ดิน โดยทีมที่ไปโอนเอาที่วัดนั้นเหิมเกริม ทำตัวเหนือกฎหมาย จึงฝากคำถามถึงประธาน กมธ.การศาสนาฯ ว่า ทำไมท่านไม่ปกป้อง ทำไมถึงปล่อยให้ เหลือบและไร ไปหากินกับศาสนาหรือว่าท่านไม่รู้กฎหมาย ถ้าท่านไม่รู้กฎหมาย ท่านก็เป็นประธานกรรมาธิการไม่ได้ ต้องปลดท่านออก

ป้าดา กล่าวว่า ทายาทของนายเฮียงจะไม่ยอมให้โจรลอยนวล โจรไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย และไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายในผืนแผ่นดินนี้ หลักฐานพิสูจน์ได้ทั้งหมด กฎหมายก็บอกไว้ชัดเจน

ป้าดา กล่าวอีกว่า ทรัพย์สิน ที่ดิน โฉนด ถ้าหากว่าเอาของกันไปง่ายๆ แบบนี้ และอ้างว่า มหาดไทย สั่งให้โอน ตนจะตามไปถามท่านนายกฯ อนุทิน และจะไปบอกให้ท่านยุบกรมที่ดิน เพราะว่ามันไม่มีค่า ไม่มีศักดิ์ศรี ย้ำหากนายกฯ สั่ง จะต้องมีลายลักษณ์อักษร ตนจะตามไปเอา

ป้าดา กล่าวอ้างว่า ส่วนประเด็นคดีจาก สน.พระโขนง นอกจากตนจะโดนยัดคดี ยังโดนข่มขู่ และพยายามอุ้มรวมกว่า 8-9 คดี โดยมีการบุกเข้าจับกุมถึงหน้าบ้าน โดยอ้างหมายจับปลอม และไม่มีการพิมพ์นิ้วมือตามขั้นตอนกฎหมาย จนต้องแบกโลงศพไปร้องเรียนที่ศาล และสถานีตำรวจ รวมถึงมีเจ้าหน้าที่นำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งส่องดูความเคลื่อนไหวบริเวณหน้าบ้านเพื่อคุกคาม

การต่อสู้คดีดังกล่าวต้องเสียเงินประกันตัวไปแล้วหลายสิบล้านบาท และมีคนโดนจับกุมรวมกว่า 31 คน เนื่องจากที่ดินผืนนี้มีมูลค่ามหาศาล เป็นโฉนดเนื้อที่ 7 ไร่ 3 งาน 28 ตารางวา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งได้รับการรับรองเอกสารจากหน่วยงานต่างๆ แล้ว และกรมธนารักษ์ได้มีหนังสือยืนยันชัดเจนแล้วว่าไม่ใช่ที่ดินราชพัสดุ

ป้าดา กล่าวว่า อยากเรียกร้องถึง ผบ.ตร. ให้ลงมาตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง สั่งการให้ถอดกล้องวงจรปิดหน้าบ้านออก และตรวจสอบการนำหลักฐานเท็จกับหมายจับปลอมมาใช้ดำเนินคดีกับประชาชน โดยย้ำว่ากฎหมายต้องถูกใช้อย่างเสมอภาค และควรเป็นที่พึ่งที่พึ่งพาได้ให้กับประชาชน

ป้าดา ยังกล่าวบทกลอน ระบุว่า “เงินหล่นใส่เหล็ก เหล็กบิ่น หล่นใส่หิน หินลอย หล่นใส่หอย หอยอ้า หล่นใส่หญ้า หญ้าตาย หล่นใส่ทราย ทรายทรุด หล่นใส่มนุษย์ มนุษย์ขาดคุณธรรม” ก่อนจะเดินขึ้นไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน