อธิบดีกรมควบคุมโรค เผย อีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo ระบาดแอฟริกา ย้ำไทยเสี่ยงต่ำ เจ้าหน้าที่เฝ้าจับตา เร่งคัดกรองผู้เดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ
วันที่ 22 ต.ค.2569 นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรคให้ความสำคัญกับการประเมินความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมรับมือโรคที่อาจเดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ โดยจะติดตามข้อมูลการแพร่ระบาดจากองค์การอนามัยโลกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนให้ซักประวัติการเดินทางและประวัติสัมผัสเสี่ยงในผู้ที่มีอาการเข้าได้กับโรค หากพบผู้ป่วยสงสัย จะดำเนินการแยกผู้ป่วย ตรวจวินิจฉัย และส่งต่อเข้าสู่ระบบดูแลรักษาตามแนวทางที่กำหนด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ
“เฝ้าระวังโรคอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo อย่างต่อเนื่อง หลังยังมีรายงานการระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และพบผู้ป่วยนำเข้าในประเทศเคนยาและไนจีเรีย พร้อมประสานองค์การอนามัยโลกและสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน เตรียมความพร้อมในการคัดกรอง ตรวจจับ และควบคุมโรคอย่างรวดเร็ว หากพบผู้ป่วยสงสัย ย้ำปัจจุบันประเทศไทยยังมีความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำ แต่จำเป็นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด” นพ.มณเฑียร กล่าว

นพ.มณเฑียร กล่าวต่อว่า โรคอีโบลาแพร่จากคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัสโดยตรงกับเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย รวมถึงสิ่งของที่ปนเปื้อน ไม่แพร่ผ่านการไอ จาม หรือฝอยละอองเหมือนโควิด 19 และไข้หวัดใหญ่ จึงทำให้การแพร่กระจายเกิดได้ช้ากว่า ประชาชนที่มีแผนเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการระบาด ควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการ หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย เลือด สารคัดหลั่ง และสิ่งของที่อาจปนเปื้อน หากมีอาการเจ็บป่วยระหว่างเดินทางหรือหลังกลับจากพื้นที่เสี่ยง ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางและการสัมผัสเสี่ยงให้ทราบ
สถานการณ์ ณ วันที่ 21 ต.ค.2569 ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหภาพยุโรป (ECDC) รายงานเมื่อวันที่ 20 ต.ค. (ข้อมูลถึงวันที่ 18 ต.ค. 2569) ระบุว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกมีผู้ป่วยยืนยันสะสม 9,552 ราย เสียชีวิต 4,602 ราย ส่วนประเทศเคนยามีผู้ป่วยยืนยัน 9 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยยังไม่พบหลักฐานการแพร่เชื้อนอกกลุ่มผู้ป่วยที่เชื่อมโยงกัน ขณะที่ประเทศไนจีเรียพบผู้ป่วยนำเข้า 1 ราย และอยู่ระหว่างสอบสวนแหล่งรับเชื้อและประวัติการสัมผัส
ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกยังไม่แนะนำให้จำกัดการเดินทางหรือการค้ากับประเทศที่ได้รับผลกระทบ ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากกรมควบคุมโรคและหน่วยงานทางการ เพื่อป้องกันตนเองอย่างเหมาะสมโดยไม่ตื่นตระหนก และหากมีประวัติเดินทางจากพื้นที่ระบาดหรือสัมผัสผู้ป่วยเสี่ยงร่วมกับมีอาการเจ็บป่วย ควรแจ้งประวัติดังกล่าวแก่บุคลากรทางการแพทย์เพื่อรับการประเมินอย่างเหมาะสม