นักศึกษาสาว ป.โท มหาวิทยาลัยดังย่านอโศก ถูกสาว LGBTQ+ คล้ายหลอนยา ไล่แทงเย็บ 7 เข็ม เผย กลายเป็นฝันร้ายหวาดผวา ต้องให้ รปภ.ไปส่งที่อาคารเรียน
วันที่ 26 ต.ค.2569 นักศึกษาสาว ระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านอโศก เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากเพจ “สายไหมต้องรอด” หลังถูกสาว LGBTQ+ ที่มีพฤติกรรมคล้ายคนหลอนยา บุกเข้าทำร้ายร่างกายและใช้กรรไกรวิ่งไล่แทงจนบาดเจ็บเย็บถึง 7 เข็ม
ซึ่งแม้ว่าจะได้แจ้งความกับตำรวจแล้วแต่คดียังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร จนสร้างความหวาดกลัวว่าจะกลับมาก่อเหตุซ้ำหรือสร้างอันตรายให้แก่ผู้อื่น

นักศึกษาสาว ป.โท มหาวิทยาลัยดังย่านอโศก ถูกสาว LGBTQ+ คล้ายหลอนยา ไล่แทงเย็บ 7 เข็ม เผย กลายเป็นฝันร้ายหวาดผวา ต้องให้ รปภ.ไปส่งที่อาคารเรียน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 08.55 น. ขณะที่ผู้เสียหายกำลังเดินจากที่พักไปเรียน ซึ่งเป็นเส้นทางปกติและอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยเพียง 150 เมตร ระหว่างนั้นผู้ก่อเหตุได้เดินเข้ามาชกเข้าที่ใบหน้าซ้ายโดยไม่มีสาเหตุ พร้อมกับตะคอกถามว่าเดินตามมาทำไมและมีใครส่งมาหรือไม่
แม้ผู้เสียหายจะพยายามอธิบายว่า กำลังรีบไปเรียนและไม่ได้สนใจ แต่ผู้ก่อเหตุกลับไม่รับฟัง พร้อมตรงเข้าทำร้ายต่อเนื่อง ก่อนจะหยิบกรรไกรออกมาวิ่งไล่แทงหลายครั้ง ซึ่งมีจังหวะหนึ่งที่กรรไกรพุ่งเข้ามาใกล้บริเวณใบหน้า ผู้เสียหายจึงยกมือขวาขึ้นป้องกันตัว ทำให้ถูกกรรไกรแทงเข้าที่มือจนบาดเจ็บ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะหลบหนีไป
หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้วิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือภายในอาคารของมหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่คลินิก อาจารย์ และเพื่อน ๆ ในการปฐมพยาบาล ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและต้องเย็บแผลถึง 7 เข็ม จากนั้นจึงได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สน.ทองหล่อ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการติดตามคดีด้วยตัวเองอีก 2 ครั้ง และโทรศัพท์สอบถามเจ้าหน้าที่มากกว่า 10 ครั้ง ซึ่งในช่วงแรกได้รับคำตอบว่ากำลังอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ก่อเหตุ แต่หลังจากนั้นคดียังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน สร้างความกังวลใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ก่อเหตุแต่งกายเหมือนคนปกติทั่วไป ทำให้ยากต่อการระมัดระวังตัว
เหตุการณ์นี้ได้สร้างบาดแผลทางจิตใจอย่างรุนแรงให้แก่ผู้เสียหาย ทุกครั้งที่ต้องเดินผ่านจุดเกิดเหตุจะรู้สึกแย่และพยายามหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว แม้ทางมหาวิทยาลัยจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพจิตเข้ามาดูแลแล้วก็ตาม แต่ผู้เสียหายยังคงมีอาการแพนิคและหวาดระแวงทุกครั้งที่มีคนเดินเข้ามาใกล้ในระยะประชิด
รวมถึงยังคงฝันร้ายถึงเหตุการณ์ดังกล่าวซ้ำ ๆ จนถึงขั้นต้องร้องขอให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณใกล้เคียงช่วยเดินไปส่งที่อาคารเรียน
ทั้งนี้ ผู้เสียหายยืนยันว่าไม่ได้ต้องการเรียกร้องค่าเสียหายหรือความรับผิดชอบใด ๆ เป็นเงิน แต่อยากให้ผู้ก่อเหตุได้รับโทษตามกฎหมาย พร้อมฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่ายังโชคดีที่กรรไกรไม่เข้าจุดสำคัญอย่างดวงตา ลำคอ หรือเส้นเลือดใหญ่ ซึ่งอาจอันตรายถึงชีวิตได้
ขณะที่ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า จะรีบประสานติดตามความคืบหน้าไปยังผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ โดยคาดว่าจะสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ภายใน 1-2 วันนี้ เนื่องจากมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน พร้อมเน้นย้ำว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่หน้าสถานศึกษา
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงข้อจำกัดทางกฎหมายว่า หากใช้เพียงใบรับรองแพทย์ประกอบคดี อาจถูกดำเนินคดีเพียงข้อหาทำร้ายร่างกาย และหากผู้ก่อเหตุรับสารภาพก็ได้รับการลดโทษลงอีก ซึ่งตนมองว่าควรมียกระดับบทลงโทษให้หนักขึ้น รวมถึงต้องเร่งรัดการสืบสวนจับกุมและตรวจคัดกรอง
หากพบว่าผู้ก่อเหตุมีอาการป่วยทางจิตหรือเสพยาเสพติดก็ต้องส่งตัวไปรักษา แต่ยืนยันว่าอาการป่วยไม่ควรถือเป็นข้ออ้างในการพ้นผิด และยังต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

