สาวงง ดูดวงแก้เครียดในห้างดังย่านบางกะปิ เจอ หมอดู ขอทำพิธี “บวชดวงชะตา” ผ่านของสงวน อ้างอุปถัมภ์ทำพิธีลงอักขระให้ฟรี ทำแล้วชีวิตจะดีขึ้นใน 9 วัน 9 คืน
วันที่ 27 ต.ค.2569 น.ส.หวาน (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรมและเตือนภัยสังคม หลังถูกหมอดูชื่อดังในห้างสรรพสินค้าย่านบางกะปิทักว่าดวงตกหนัก ก่อนหลอกให้โอนเงินทำพิธีต่อชะตา
และพยายามล่อลวงให้ทำพิธีทางเพศสองต่อสองในห้องส่วนตัวหรือโรงแรม โดยอ้างเป็นการบวชดวงชะตาผ่านอวัยวะเพศ พร้อมข่มขู่ว่าหากไม่ทำตาม ชีวิตจะตกต่ำและคนในครอบครัวจะมีอันเป็นไป

สาวงง ดูดวงแก้เครียดในห้างดังย่านบางกะปิ เจอ หมอดู ขอทำพิธี “บวชดวงชะตา” ผ่านของสงวน อ้างอุปถัมภ์ทำพิธีลงอักขระให้ฟรี ทำแล้วชีวิตจะดีขึ้นใน 9 วัน 9 คืน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้เดินเที่ยวภายในห้างสรรพสินค้าย่านบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เพื่อผ่อนคลายความเครียดเรื่องงาน
กระทั่งเดินผ่านซุ้มดูดวงบริเวณชั้น 3 ซึ่งมีโต๊ะบริการตั้งเรียงกันอยู่หลายโต๊ะ ขณะนั้นหมอดูชายรายหนึ่งได้เรียกทักผู้เสียหายและเชิญชวนให้เข้ามาดูดวง ผู้เสียหายเห็นป้ายระบุราคา 100 บาทจึงสนใจ แต่เมื่อเข้าไปนั่ง หมอดูได้แจ้งว่าหากต้องการดูดวงจริงต้องจ่าย 499 บาท ผู้เสียหายจึงยอมจ่ายเงินเนื่องจากเห็นว่าหมอดูพูดจาดี
ในการทำนาย หมอดูได้กล่าวอ้างว่าผู้เสียหายกำลังเผชิญวิบากกรรมหนัก พร้อมพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว แม้หลายเรื่องจะไม่ตรงกับความเป็นจริง แต่ด้วยความเครียดและกังวล หมอดูจึงเสนอวิธีแก้กรรมด้วยการนำชื่อและดวงชะตาไปไว้ใต้ฐานพระพุทธรูป โดยเรียกเก็บเงินสูงถึง 25,000 บาท
และพูดแกมกดดันว่าผู้เสียหายเป็นคนมีเงิน ไม่ควรพูดว่าไม่มีเงินเพราะจะทำให้ชีวิตเป็นไปตามปาก เมื่อผู้เสียหายปฏิเสธว่าไม่มีเงิน หมอดูได้ทยอยลดราคาลงมาเรื่อย ๆ จนเหลือ 2,900 บาท
ด้วยความกลัวคำขู่ ผู้เสียหายจึงยินยอมโอนเงินรวมเป็นค่าดูดวงและค่าพิธีทั้งสิ้น 3,399 บาท
ทว่าเรื่องราวกลับไม่จบลงเพียงเท่านั้น เมื่อหมอดูอ้างต่อว่าการใส่ชื่อใต้ฐานพระช่วยแก้ดวงได้เพียง 70% และเสนอกระทำพิธีที่เรียกว่า “วิสันกัญญา” ซึ่งอ้างเป็นการบวชดวงชะตาที่จะช่วยได้ 100%
โดยหมอดูเริ่มซักถามข้อมูลที่พักและสถานที่ทำงาน ก่อนจะพูดวนเวียนเรื่องเพศและอธิบายว่าพิธีนี้ต้องใช้อวัยวะเพศร่วมกับอะไร โดยหมอดูจะลงอักขระให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่ต้องไปทำพิธีกันสองต่อสองในห้องส่วนตัวหรือโรงแรม
พร้อมอ้างว่าหากไม่รีบทำก่อนวันที่ 22 พ.ย. จะต้องเจอวิบากกรรมหนักทั้งเรื่องงาน ความรัก และสุขภาพของมารดา หากยอมทำตามชีวิตจะดีขึ้นภายใน 9 วัน 9 คืน ตลอดการสนทนาเกือบ 1 ชั่วโมง ผู้เสียหายรู้สึกอึดอัด ผิดสังเกต และปลอดภัยจึงตัดสินใจเดินหนีออกมา
ภายหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดี และโทรศัพท์กลับไปพูดคุยกับหมอดูเพื่ออัดเสียงไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ ยังพบว่ามีหญิงสาวอีกรายติดต่อมาทาง TikTok ว่าเคยเจอหมอดูคนนี้ล่อลวงในลักษณะเดียวกัน
เบื้องต้นผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความข้อหาฉ้อโกงไว้ที่ สน.ลาดพร้าว เพื่อให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้กล่าวเตือนภัยประชาชนให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสจากความทุกข์และความอ่อนแอทางจิตใจของผู้เสียหาย พร้อมระบุว่าจะประสานไปยังผู้กำกับการ สน.ลาดพร้าว เพื่อติดตามคดีฉ้อโกงอย่างใกล้ชิด
ส่วนพฤติกรรมพูดจาลวนลามและสุ่มเสี่ยงคุกคามทางเพศ จะประสานให้พนักงานสอบสวนพิจารณาพยานหลักฐานและเทปบันทึกเสียงอย่างละเอียด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในทุกข้อหาที่เกี่ยวข้องต่อไป