‘วินธัย’ โฆษกทบ.โต้ กัมพูชา ปัดรั้วลวดหนามสกัดรุกล้ำ ไม่ใช่ปักเส้นใหม่ ซัดบิดเบือนตัวเลขผู้ผลัดถิ่น ชี้ปม 2 หมื่นคนไม่ตรงข้อเท็จจริง
เมื่อวันที่ 27 ต.ค.2569 พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงกรณีที่นายเพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่ากัมพูชาจะไม่ยอมรับการกำหนดเขตแดนด้วยกำลังทหาร พร้อมกล่าวหาฝ่ายไทยว่าดำเนินการฝ่ายเดียว ทั้งการวางรั้วลวดหนาม รวมถึงขัดขวางไม่ให้ประชาชนกัมพูชากลับเข้าที่พักอาศัย
พร้อมใช้ช่องทางการทูตและกฎหมายระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหา ว่า ประการแรก ประเทศไทยไม่ได้ใช้กำลังทหาร เพื่อกำหนดเขตแดนใหม่ การปฏิบัติของทหารไทยเป็นการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยในเขตอธิปไตยของไทย มิใช่การใช้กำลังเพื่อเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนตามที่ฝ่ายกัมพูชาพยายามกล่าวอ้าง
ประการที่สอง กรณีกัมพูชากล่าวอ้างว่ามีประชาชนกว่า 20,000 คน ไม่สามารถกลับถิ่นฐานได้นั้น จากการตรวจสอบของฝ่ายไทย พบประชาชนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่หนองจาน หนองหญ้าแก้ว และคลองแผง ประมาณ 4,600 คนเศษ ซึ่งแตกต่างจากตัวเลขที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวอ้างมาก
ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตอธิปไตยของไทย และมีปัญหาการตั้งถิ่นฐานรุกล้ำของประชาชนกัมพูชามานานกว่า 40 ปี จึงต้องแยกแยะปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ออกจากกรณีผู้พลัดถิ่น ไม่ควรนำมาปะปนจนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยไทยยืนยันการแก้ไขปัญหาตามหลักมนุษยธรรมและกลไกทวิภาคีที่เกี่ยวข้อง
ประการที่สาม การติดตั้งรั้วลวดหนามและสิ่งกีดขวางในพื้นที่เป็นมาตรการเชิงป้องกันด้านความมั่นคงและความปลอดภัย เพื่อป้องกันการรุกล้ำและลดความเสี่ยงจากการเผชิญหน้า หรือเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อประชาชนและกำลังพล มิใช่การกำหนดเส้นเขตแดนระหว่างประเทศขึ้นใหม่
พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ไทยยืนยันการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีตามข้อตกลงร่วมและกลไกทวิภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยการใช้ช่องทางการทูตเป็นแนวทางที่ประเทศไทยสนับสนุนมาโดยตลอด แต่การดำเนินการทางการทูตควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความจริงใจในการแก้ไขปัญหา มิใช่การกล่าวหาประเทศไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยละเลยข้อเท็จจริง