แหม่ม วิชุดา ควง ทนายกุ้ง แจ้งความมูลนิธิองค์กรทำดี หลังบริจาค 5 หมื่น ช่วยน้ำท่วม ลั่นรอคำชี้แจงจากปากบุ๋มเท่านั้น นานเท่าไรก็จะรอ
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 5 พ.ย. 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) แหม่ม วิชุดา พินดั้ม พร้อมด้วย นางสาวอำนวยพร มณีวรรณ์ หรือทนายกุ้ง เดินทางเข้ามาแจ้งความในฐานะผู้เสียหาย เนื่องจากมีการโอนเงินบริจาคจำนวน 50,000 ให้กับมูลนิธิองค์กรทำดี โดย บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ช่วยน้ำท่วม
“แหม่ม วิชุดา” เปิดเผยว่า เกี่ยวกับการบริจาค จำรายละเอียดไม่ได้แน่ชัดว่าเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมที่ไหน แต่จำได้ว่าเคยโอนเงินช่วยน้ำท่วมจำนวน 50,000 บาท โดยทักไปถามพี่บุ๋มเป็นการส่วนตัว ซึ่งพี่บุ๋มได้ให้เลขบัญชี องค์กรทำดี โดย บุ๋ม ปนัดดา มา
ทั้งนี้ตนได้ขอใบลดหย่อนภาษี แต่ได้รับแจ้งจากพี่บุ๋มว่ายังออกให้ไม่ได้ เนื่องจากองค์กรทำดียังจัดตั้งไม่ครบ 2 ปี ซึ่งในตอนนั้นก็เชื่อ
ทั้งนี้ แม้หลังจากมีข้อมูลต่างๆ ถูกเปิดเผยออกมา ตนก็ยังไม่ได้ตัดสินใคร และอยากฟังคำอธิบายจากปากของพี่บุ๋มโดยตรง นานแค่ไหนก็จะรอ แต่ที่ตัดสินใจเดินทางมาแจ้งความ เพราะต้องทำหน้าที่ในฐานะผู้เสียหายที่อยากตรวจสอบว่าเส้นทางการเงินบริจาคไปอยู่ที่ไหน
ด้าน “ทนายกุ้ง” เปิดเผยว่า แหม่มทราบข้อมูลตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม ในงานวันเกิดอาจารย์เดชา ซึ่งได้พบกับช่างเอ๋ และทราบว่าตนเองกับเพื่อนดาราหลายคนโอนเงินเข้าบัญชีนี้ในช่วงไทม์ไลน์ใกล้เคียงกัน ช่วงปี 2567-2568 เหตุการณ์น้ำท่วมและเหตุการณ์เขมร จึงกังวลว่าเงินบริจาคน่าจะถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
ทั้งนี้ แหม่ม ยังตั้งข้อสงสัยแยกต่างหากจากตัวพี่บุ๋มว่า อาจมีบุคคลแอบอ้างแฝงตัวในองค์กรทำดีเพื่อรับเงินเรี่ยไรจากประชาชน โดยยกตัวอย่างกรณีเรี่ยไรเงินได้ 500,000 บาท นำไปบริจาคในนามตนเองเข้าองค์กรเพียง 100,000 บาท ส่วนอีก 400,000 บาทเก็บไว้เอง จึงอยากให้มีการตรวจสอบความรัดกุมตรงนี้ด้วย บอกอีกว่า ไม่ใช่แค่ตอนสงสัยแต่ชาวบ้านฝากถามมา
นอกจากนี้ คาดว่าจะมีเพื่อนในวงการบันเทิงเดินทางมาแจ้งความเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 10 คน ส่วนการบริจาคในอนาคต ตนยอมรับว่าคงต้องพักไว้ชั่วคราว ยังไม่กล้าบริจาคที่ไหนอีก
ด้าน “ทนายกุ้ง” กล่าวเสริมว่า การที่พี่บุ๋มบอกจะรับผิดชอบเพียงผู้เดียว ไม่ได้หมายความว่าคณะกรรมการคนอื่นจะพ้นผิด หากมีหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินหรือเป็นเหรัญญิกอนุมัติวงเงินแล้วปล่อยปละละเลย ก็อาจเข้าข่ายมีความผิดหรือเป็นตัวการร่วมได้ การรับผิดหรือปฏิเสธผ่านสื่อไม่มีผลในทางคดี เนื่องจากศาลจะพิจารณาจากพยานหลักฐานทางคดี นิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคลเท่านั้น
ทั้งนี้ เมื่อมีการออกหมายจับแล้ว ถือว่าเข้าสู่กระบวนการทางคดี ซึ่งการยื่นขอประกันตัว และวงเงินประกันจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล โดยต้องพิจารณาจากมูลค่าความเสียหายและปัจจัยอื่น ๆ แม้จะมีการโพสต์ถึงภาระครอบครัว “ลูกก็เล็ก แม่ก็แก่” แต่หากพิจารณาจากบรรทัดฐานคดีในอดีต การขอประกันตัวอาจทำได้ยาก
อย่างไรก็ตาม “แหม่ม” ยืนยันว่าหากสุดท้ายผลการตรวจสอบพบว่าเงินถูกนำไปใช้ส่วนตัวจริง ก็รู้สึกเสียใจมากที่ผิดวัตถุประสงค์ แต่ไม่ได้เสียดาย และจะรอคำชี้แจงจากปากบุ๋ม ปนัดดาเท่านั้น นานแค่ไหนก็จะรอ

