รพ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ชี้แจงแล้วกรณีห้องฉุกเฉินปิดทำการ ปล่อยเด็กปวดท้องรอรักษาจนเสียชีวิต ยอมรับผิดยกมือไหว้ขอโทษ ญาติไม่ติดใจเอาความ พ่อ-แม่ลั่นไม่เผาศพลูกจนกว่าจะได้รับเงินเยียวยา
จากกรณีมีผู้โพสต์ลงเฟซบุ๊กถึงเหตุการณ์การเสียชีวิตของด.ญ.ญาณิศา ทัดละมัย หรือน้องกวาง วัย 1 ขวบ 6 เดือน ที่แม่พามารักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว แต่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลอ้างแผนกฉุกเฉินปิดทำการ จนเด็กเสียชีวิตในเวลาต่อมา อีกทั้งเมื่อไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลับไม่ยอมรับแจ้ง ตามที่เสนอข่าวไปนั้น อ่านข่าว แม่ใจสลายลูก2ขวบท้องร่วง หมอให้รอรักษาอ้างห้องฉุกเฉินปิดทำการ สุดท้ายสิ้นใจคารพ.
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 5 พ.ค. ที่รพ.สระแก้ว นพ.อภิรัต กตัญญุตานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วย นพ.ภูวดล กิตติวัฒนาสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้วและทีมงานฝ่ายบริหาร จัดแถลงข่าวกรณีที่ีเกิดขึ้นโดยเชิญครอบครัวของด.ญ.ญาณิศา นำโดยจ.ส.อ.มารุต คุณมี อายุ 44 ปี พ่อ แม่และญาติๆ รวมกว่า 10 คน มาร่วมรับฟังการแถลงที่ห้องประชุมโรงพยาบาล
นพ.อภิรัตกล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค. เวลา 14.00 น. ด.ญ.ญาณิศามีอาการไข้สูง หนาวสั่น อาเจียนและถ่ายท้อง ตรวจพบไข้ 40 องศา ชีพจร 110 ครั้งต่อนาที เด็กรู้สึกตัวและตื่นดี แพทย์วินิจฉัยว่าลำไส้อักเสบ ให้การดูแลรักษาโดยให้ยาลดไข้ ยาแก้อาเจียนและเกลือแร่ไปรับประทาน พร้อมเช็ดตัวลดไข้จนอาการดีขึ้น ให้คำแนะนำและให้กลับไปรักษาต่อที่บ้าน วันที่ 4 พ.ค. เวลาประมาณ 06.13 น. คุณแม่เด็กพาผู้ป่วยมาที่ห้องฉุกเฉิน พบพนักงานหน้าห้องฉุกเฉินที่เป็นเวรเปล พูดคุยกับแม่ ทำให้เข้าใจว่าห้องฉุกเฉินปิดบริการ และจะเปิดบริการอีกครั้งตอน 07.00 น. แม่จึงอุ้มลูกไปรับบริการที่ตึกผู้ป่วยนอก
ต่อมาเวลา 07.02 น. เห็นว่าลูกไม่ดีขึ้น จึงพามาตรวจที่ห้องฉุกเฉิน พบว่าเด็กตัวเขียว ชีพจรเบา ตัวลายและมีภาวะขาดน้ำมาก (sunken eyeball, severe dehydration) แพทย์และเจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือโดยให้น้ำเกลือและยาปฏิชีวนะ และใส่ท่อช่วยหายใจ หลังใส่ท่อเด็กมีอาการหัวใจหยุดเต้นและช่วยฟื้นคืนชีพ ซึ่งฟื้นมาเป็นช่วงๆ ทำการช่วยฟื้นคืนชีพทั้งหมด 3 ครั้ง ตั้งแต่เวลา 07.35-08.57 น. และเสียชีวิต 09.35 น. จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้ โรงพยาบาลรู้สึกเสียใจอย่างมาก และน้อมรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้ และจะนำข้อผิดพลาดดังกล่าวไปแก้ไขเพื่อให้เกิดการพัฒนาไปในทางที่ดียิ่งขึ้นไป
ส่วนเมื่อคืนที่ผ่านมาทางโรงพยาบาลไปร่วมงานศพ พร้อมพูดคุยกับทางพ่อและแม่เด็ก แจ้งกับทางครอบครัวผู้เสียหายในเบื้องต้น ซึ่งกรณีดังกล่าวเข้าข่ายมาตรา 41 ทางผู้เสียหายจะได้รับเงินเยียวยา เบื้องต้นในวงเงินไม่เกิน 4 แสนบาท โดยจะเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด คาดว่าไม่เกิน 2 เดือน
ด้านจ.ส.อ.มารุต คุณมี อายุ 44 ปี ลุงของน้องกวาง ผู้โพสต์เฟซบุ๊ก กล่าวว่า นายพรชัย ทัดละมัย และน.ส.สุพรรษา สีชมพู พ่อและแม่พาลูกสาวไปรักษาที่โรงพยาบาลก่อนเสียชีวิต เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่รับการรักษาและดูแลคนไข้ อ้างว่าแผนกฉุกเฉินปิดทำการ จนเด็กเสียชีวิตช่วงเช้าวันเดียวกัน สร้างความเศร้าสลดให้กับญาติพี่น้อง รวมถึงพ่อแม่ของเด็กมาก ไม่คิดว่าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ประจำจังหวัดจะเป็นเช่นนี้ จนตนต้องลงโพสต์เฟซบุ๊กขอความเป็นธรรมให้หลานสาว
“กรณีนี้สร้างความสงสัยให้กับญาติอย่างมากว่าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลประจำจังหวัดมีปิดด้วยหรือ และโรงพยาบาลขอไกล่เกลี่ยกับพ่อแม่ของน้อง อย่าให้เป็นข่าว เพราะกลัวจะเกิดความเสื่อมเสียหายแก่ทางโรงพยาบาล ซึ่งคนตายทั้งคนใครจะรับผิดชอบ ช่วงเย็นจึงไปแจ้งความที่สภ.เมืองสระแก้ว ร้อยเวรก็ไม่ยอมรับแจ้งความ หรือลงบันทึกประจำวันซ้ำอีก พร้อมกับโทร.คุยกับทางโรงพยาบาลด้วย และให้เหตุผลที่ไม่ให้ลงบันทึกประจำวัน ว่าเดี๋ยวจะเป็นคดีความและยอมความกันไม่ได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทางครอบครัวคาใจ” จ.ส.อ.มารุต กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายแพทย์สาธารณสุขสระแก้ว และทีมคณะผู้บริหารโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้วแถลงข่าวเสร็จสิ้น ก็ตรงเข้าไปยกมือไหว้ขอโทษกับทางครอบครัวน้องกวาง โดยทางญาติก็ยอมรับข้อตกลงในกรณีการเสียชีวิตและเซ็นรับทราบ แต่ยืนยันจะยังไม่เผาศพน้องกวางจนกว่าจะได้รับการเยียวยาเรียบร้อยแล้ว คาดว่าการดำเนินการจะไม่เกิน 2 เดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังกรณีดังกล่าวถูกเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลเพียงชั่วข้ามคืน ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาแชร์และติดตามกรณีนี้นับหมื่นคน พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของทางโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกันอย่างมากมาย
สำหรับศพของเด็กที่เสียชีวิต ญาติตั้งศพไว้ที่บ้านเลขที่ 103 ม.7 บ้านคลองยาง ต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว โดยหลังเสร็จพิธีทางศาสนาจะเก็บศพไว้ จนกว่าจะได้รับเงินเยียวยาตามข้อตกลงดังกล่าว




