เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางเข้าถวายบังคม พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
โดยบรรยากาศรอบพระบรมมหาราชวัง มีประชาชนจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยจำนวนมาก เดินทางมาต่อคิวเพื่อรอเข้าถวายบังคมพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง แม้อากาศจะร้อนอบอ้าวแต่ไม่เป็นอุปสรรค ทุกคนล้วนมาด้วยใจที่จงรักและภักดีต่อพระองค์ท่าน
ขณะที่การดูแลรักษาความเรียบร้อยและปลอดภัยของประชาชนที่เดินทางเข้ามาถวายบังคมพระบรมศพนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งจุดคัดกรองตามจุดต่างๆ บริเวณทางเข้าสนามหลวง 8 จุด อาทิ แยกท่าพระจันทร์ แยกท่าช้าง หน้าหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน และที่หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ผู้ที่เข้ามาภายในสนามหลวงทุกคน จะต้องถูกตรวจค้นสัมภาระ ค้นร่างกาย รวมทั้งตรวจบัตรประชาชน อย่างละเอียด ส่วนนักท่องเที่ยวจะต้องถูกตรวจพาสปอร์ตเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีตำรวจม้า และสุนัขตำรวจคอยเดินลาดตระเวนตรวจตราโดยรอบพื้นที่อีกด้วย
ที่ศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers For Dad นายพุฒิธาดา จินดานิล ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการสิ่งของบริจาคประจำศูนย์ฯ กล่าวว่า ขณะนี้ทางศูนย์ฯ ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่ม มา 3 วันแล้ว เนื่องจากในช่วงแรกมีการบริจาคน้ำเข้าเป็นจำนวนมากประมาณ 1,000 แพค แต่ปัจุบันมีการบริจาคเข้ามาเพียง 80-100 แพค ขณะที่ต้องกระจายน้ำดื่มไปยังพื้นเต็นท์บริการต่างๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงาน และประชาชนที่มาร่วมงาน อย่างน้อยวันละ 1,000 แพค ประกอบกับในพื้นที่ไม่มีจุดเติมน้ำดื่ม ต้องแจกน้ำดื่มขวดเป็นหลัก ทำให้ปริมาณน้ำดื่มมีไม่เพียงต่อความต้องการของประชาชน ตอนนี้ทางศูนย์ฯเหลือน้ำดื่มเพียง 15 แพค
นายพุฒิธาดา กล่าวต่อว่า ส่วนการแก้ปัญหาตอนนี้ได้ให้น้องๆอาสาที่เข้ามาช่วยงาน ใช้กระบอกน้ำเติมน้ำไว้กินหรือใช้แก้วน้ำเวลากินน้ำ พร้อมกันนี้มีหน่วยงานเอกชนนำเครื่องกรองน้ำมาตั้งให้บริการ 2 ตู้ด้วยกัน และนอกจากน้ำดื่มแล้ว ตอนนี้ที่ศูนย์ยังขาดแคลนยาสามัญประจำบ้าน โดยเฉพาะยาดม จึงขอให้ผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคน้ำดื่ม และยารักษาโรคกับเราได้โดยตรง สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 091-814-2076
ขณะที่บริเวณราชนาวีสโมสร ตรงข้ามประตูเทวาภิรมย์ มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกพระภิกษุสามเณร โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กรมศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ คณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร และกองทัพเรือ ร่วมกันดำเนินงานมาตั้งแต่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา
พระบัวลือ ตปสีโล กล่าวว่า ศูนย์ดังกล่าวเป็นจุดคัดกรองและบริการพระภิกษุสามเณรทุกรูป ที่ต้องการมายืนสงบนิ่งแสดงความอาลัย ด้วยการเจริญจิตตภาวนาปลงธรรมสังเวช พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
สำหรับพระภิกษุสามเณรต้องเตรียมใบสุทธิ และบัตรประจำตัวพระภิกษุสามเณร ส่วนพระภิกษุสามเณรที่บวชใหม่ หรือบวชในโครงการ ต้องมีพระพี่เลี้ยงที่มีใบสุทธิ และบัตรประจำตัวพระภิกษุสามเณร พามา เพื่อระบุชื่อ วัดที่สังกัด และต่อคิวเข้าพระบรมมหาราชวังได้ โดยสามารถเข้าทีละไม่เกิน 40 รูป และไม่ต่ำกว่า 10 รูป เพื่อความเป็นระเบียบและสวยงาม ส่วนเวลาหลักกำหนดเข้า 09.00 น. และ 12.30 น. และหลังจากเวลาดังกล่าวจะดูตามสถานการณ์ความเหมาะสม ถ้ามีมาเกิน 10 รูปก็สามารถนำเข้าได้อีก
ด้าน พระมหาสุเทพสุวฑฺฒโน กองวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กล่าวว่า ในแต่ละวันมีพระภิกษุสามเณรมาร่วมเจริญจิตตภาวนาปลงธรรมสังเวช พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันละ 90-100 รูป ทางศูนย์จึงต้องมีการคัดกรองตรวจสอบห้ามนำ โทรศัพท์ กล้อง และอาวุธ ส่วนย่ามต้องฝากไว้ที่ศูนย์ฯ พระภิกษุสามเณรท่านใดต้องการมาเจริญจิตตภาวนาปลงธรรมสังเวช พระบรมศพต้องแต่งกายห่มคลุม พกสัมภาระมาเท่าที่จำเป็น และดูแลร่างกายให้พร้อม




