กรณีเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานดอนเมืองตำรวจ สน.ดอนเมือง จับกุม นายทาเครุ ฮิราโน 28 ปี ลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกัน ขนแม็กกาซีนปืนอาก้า แม็กกาซีนปืนเอ็ม 16 เปลือกของระเบิดเครโมที่เป็นระเบิดสังหาร เพื่อนำขึ้นเครื่องบินกลับไปญี่ปุ่น ก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำทราบว่านายทาเครุ ไปเที่ยวเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม แล้วสั่งซื้อของดังกล่าวแล้วเข้ามาพักผ่อนในไทยเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา แจ้ง 3 ข้อหา 1.มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ 2.พายุทธภัณฑ์หรือวัตถุอันตรายซึ่งเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานหรือบุคคลไปกับอากาศยาน 3.นำเข้ายุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม โดยนายทาเครุ รับว่าของที่พบเป็นของตนจริง ซื้อมาจากเวียดนาม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 11 พ.ค. พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เบิกตัวนายทาเครุ ฮิราโน 28 ปี ลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกัน อาชีพวิศวกรอยู่ชมรมสะสมอาวุธ ผู้ต้องหาในข้อหา “มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตไว้ในครอบครอง, พายุทธภัณฑ์หรือวัตถุอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานหรือบุคคลไปกับอากาศยาน, นำเข้ายุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม ออกจากห้องควบคุมของ สน.ดอนเมือง ก่อนนำตัวขึ้นรถมาศาลอาญารัชดา เพื่อยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก
ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ควบคุมตัวนายทาเครุมายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งเเต่วันที่ 11-22 พ.ค. โดยคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 พ.ค. เจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานดอนเมือง ตรวจพบวัตถุ ต้องห้าม ในกระเป๋าเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ขณะทำการเอ็กซ์เรย์ กระเป๋าที่ช่องเอ็กซเรย์ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมกระเป๋าเดินทางมาสอบสวนที่ สน ดอนเมืองส่วนย่อย จับกุมผู้ต้องหาเป็นชาว ญี่ปุ่น ชื่อนายทาเครุ ฮิราโน อายุ 28 ปี หนังสือเดินทางประเทศญี่ปุ่นเลขที่ TK 6983130 จึงเเจ้งข้อหา “มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตไว้ในครอบครอง, พายุทธภัณฑ์หรือวัตถุอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานหรือบุคคลไปกับอากาศยาน, นำเข้ายุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม
ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การว่า เดินทางจากญี่ปุ่นมาท่องเที่ยวที่เวียดนาม และพบเห็นชิ้นส่วน ซองกระสุนปืน AK หรือ อาก้า และซองกระสุนปืน M16 เห็นว่าสวยดี เลยซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึก และยังเดินทางมาประเทศไทยโดยก่อนขึ้นเครื่องได้สอบถาม สายการบินแล้วทางสายการบินตอบว่า สามารถนำชิ้นส่วน ของอาวุธเหล่านี้ขึ้นเครื่องได้ จึงนำขึ้นเครื่องเข้ามายังประเทศไทย
โดยนั่งเครื่องมาลงที่ท่าอากาศยาน ดอนเมืองตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.61 และท่องเที่ยวอยู่ในประเทศไทย จนถึงวันนี้ถึงกำหนดกลับญี่ปุ่นแล้ว จึงนำชิ้นส่วนซองกระสุนเหล่านี้ กลับไปเป็นที่ระลึกด้วย แต่มาถูกจับเสียก่อน


