‘เมียสันธนะ’ ร่ำไห้ ร้องกสม. ยัน ‘สามีเป็นคนดี’ โอด “ก็ไม่รู้จะพึ่งอะไรแล้ว…”(คลิป)

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 16 พ.ค. ที่ กรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นางพรรณี ประยูรรัตน์ ภรรยาของ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีกรรโชกทรัพย์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นาง อังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) หลังได้รับผลกระทบและเดือดร้อนจากการปฎิบัติหน้าที่และคำสั่งสนธิกำลังพลและอาวุธของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เข้าบุกค้นคอนโดของ พ.ต.ท.สันธนะ ย่านพหลโยธิน และบ้านพัก ย่านรามอินทรา

นางพรรณี กล่าวว่า ตั้งแต่มีข่าวว่าจับที่ตลาดใหม่ดอนเมือง ครอบครัวของตนก็เดือดร้อน โทรศัพท์มือถือของตน 2 เครื่อง ถูกดักฟัง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดักอยู่ที่ประตูทางออกหน้าบ้านพัก และคอนโดของตน มีการทุบประตูเข้าไป ซึ่งภาพของห้องที่ตนเห็น เป็นภาพที่ไม่สามารถเข้าไปพักอาศัยได้ แม่บ้านเล่าให้ฟังว่า หน่วยอารินทราช กระโดดขึ้นเตียง และรื้อของ ตนในฐานะภรรยาของ พ.ต.ท.สัทธนะ ก็มีความสังสัย ว่า พ.ต.ท.สัทธนะ จะปลอดภัยหรือไม่

 

นางพรรณี กล่าวอีกว่า มีหลายหลายเรื่องที่ไม่สามารถเปิดเผยกับสื่อมวลชนได้ ตนสงสัยว่าทำไมเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นกับตน ทั้งเรื่องการค้นคอนโดเกิดขึ้นใน วันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเกิดของตน หรือนี่เป็นการให้ของขวัญ ตนไม่ทราบว่าเป็นเจตนาหรือไม่ เพราะเจ้าหน้าที่ได้บันทึกบัตรประชาชนของตนไว้

“จะไม่มีการฟ้องร้องกลับกับหน่วยงานใดทั้งสิ้น แต่ขอเพียงความยุติธรรม ในการปฎิบัติหน้าที่ ต่อครอบครัวของ อยากทราบว่าเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติกับครอบครัวอื่นเหมือนกันหรือไม่ การที่เจ้าหน้าที่พังประตูเข้าไป คือมาตรฐานของการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ไปแล้วหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น มาตราฐานของประเทศเราจะอยู่อย่างไร คนที่ทีฐานะด้อยกว่า จะไม่แย่กว่าหรือ ตนเพียงคิดว่า ครอบครัวของตนได้รับมาตราฐานที่สูงกว่าคนอื่น”

นางพรรณี ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ ตรวจยึดสมุดบัญชีธนาคารต่างๆของตนไป ซึ่งเป็นบัญชีไก่กา ตนก็ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่นำไปตรวจสอบและยัดเยียดข้อหาอย่างอื่นให้ตนหรือไม่ เพราะในขณะนี้ ที่ตนทราบ ครอบครัวของตนก็โดนไปทั้งหมด 47 หมายแล้ว ส่วนผู้ต้องหาที่เกี่ยวของกับ พ.ต.ท.สันธนะ ทั้ง 11 คน ตนได้ตรวจสอบดูแล้ว พบว่า ไม่พบถึง 11 คน ตามที่เจ้าหน้าที่ได้กล่าวมา ตนคิดว่า 1 ใน 11 คนนั้น มีชื่อของตนอยู่ด้วย มันก็จะตรงกับเป้าหมายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางไว้ ซึ่งในขณะนี้ตนได้ยื่นเรื่องไม่ร้องเรียนที่หน่วยงานต่างประเทศแล้ว แต่ไม่สามารถบอกได้มาหน่วยงานใด


นางพรรณี กล่าวต่อว่า ในส่วนการถอดยศ ของ พ.ต.ท.สันธนะ ตนทราบข่าวเมื่อช่วงเที่ยงของวันนี่ ตอนเกิดความสงสัยว่ากระบวนการการถอดยศเหตุใดถึงทำได้รวดเร็ว ตนก็ไม่กล้าตั้งข้อสงสัยหรือร้องเรียนอะไร ซึ่งตนคิดว่ากระบวนการการถอดยศนี้ น่าจะมีกระบวนการขั้นตอนมากกว่านี้ เพราะยศ ที่ได้มาถือว่าเป็นของสูงเพราะกว่าจะได้ยศมา ต้องมีการพระราชทาน ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของข้าราชการ แต่การถอดยศที่รวดเร็วแบบนี้ ไม่ต่างกับการกระชากยศออกจากเสื้อ การกระทำเช่นนี้ต้องพิจารณาเอาว่าทำเกินกว่าเหตุหรือไม่

“สำหรับตนแล้ว พ.ต.ท.สันธนะ เป็นคนพูดเสียงดัง แต่ในชีวิตส่วนตัวตนการันตีได้ว่า พ.ต.ท. สันธนะ เป็น แฟมิลี่แมน รักลูก รักภรรยา รักพ่อแม่” นางพรรณี กล่าว

นางพรรณี กล่าวอีกว่า ตนเดินทางมากรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อขอความคุ้มครองต่อหน่วยงานรัฐ ให้รับทราบถึงความรุนแรงที่ทางเข้าหน้าที่ได้ปฎิบัติกับครอบครัวของตน ซึ่งตนไม่อยากให้มีความรุนแรงมากไปกว่านี้ ตอนนี้หลักฐานสำคัญอยู่ใน ไอแพด หากตนเปิดเผยออกมาและตนโดนหมายจับ จะมีใครการันตีให้ตนได้หรือไม่ ว่าจะไม่ตายในคุก ตนจะไม่เปิดเผยหลักฐานนี้ เพราะดูแล้วไม่มีท่าทีว่าเจ้าหน้าที่จะหยุด

“สุดท้ายนี้ตนขอบอก ผู้ใหญ่ทั้ง 3 ท่านที่ทำคดีนี้ ( พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. , พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร. และ พ.ค.พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท.) เรื่องที่พวกคุณทำแบบนี้ทำรุนแรงระดับนี้กับครอบครัวของตน ตนหวังว่ากรณีของตนเป็นกรณีสุดท้าย อย่าไปกระทำแบบนี้กับครอบครัวอื่นอีกกฎหมายมาใช้แบบถูกต้องและเที่ยงธรรมไม่ได้นำมารังแกใคร ตนขอร้อง ที่ปฎิบัติหน้าที่ถ้ายังรักสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ อยากให้ฟังชาวบ้านบ้าง มีการสร้างกระแสว่า พ.ต.ท.สันธนะ โหดร้ายนั้น ทำให้ชาวบ้านคิดเช่นนั้น แต่ตอนนี้ชาวบ้านรู้ความจริงแล้ว ว่า พ.ต.ท.สันธนะ เป็นคนเช่นไร มีแต่พวกคุณ ที่ยังไม่ตื่นรู้ว่า พ.ต.ท.สันธนะ เป็นคนเช่นไร” นางพรรณี กล่าว

ด้าน นางอังคณา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะนำเรื่องไปตรวจสอบว่าเข้าข่ายอำนาจหน้าที่ของกรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือไม่ ถ้าเข้าข่าย ทางเจ้าหย้าที่ก็จะเข้าไปตรวจสอบการทำงานของเข้าหน้าที่รัฐ ว่ามี เจ้าหน้าที่ปฏิบัติได้ถูกต้องตามกฏหมาย และ มีการคุกคามหรือไม่ ทั้งนี้ ในตัวของ นางพรรณี มีสิทธิ์ที่จะร้องเรียน เรียกร้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่า ให้ สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ถูกกระทำเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำสั่งศาลตัดสิน คาดว่ากระบวนการหลังจากนี้จะดำเนินการให้เร็วที่สุด

นางอังคณา กล่าวว่า โดยปกติทางหน่วยงานได้รับการร้องเรียน เรื่องการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เป็นจำนวนมาก ทุกกรณีคณะกรรมการในการตรวจสอบ เมื่อหน่วยงานนั้นผิด ทางกรมการสิทธิ ก็จะมีคำแนะนำไปยังหน่วบงานนั้นเสมอ แม้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการ ปฏิบัติเกินกว่าเหตุ

นางอังคณา กล่าวอีกว่า ในส่วนของกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจำกุม พ.ต.ท.สันธนะ ที่บ้านพัก ต้องดูด้วยว่า เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิต่อ พ.ต.ท.สันธนะ หรือไม่ ในเรื่องการจับกุมและการขอพบทนาย เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานและในต่างประเทศก็ให้ความสำคัญในจุดนี้เป็นอย่างมาก ในส่วนของ พ.ต.อ.(พิเศษ) สมชาย ประยูรรัตน์ บิดา พ.ต.ท.สันธนะ ครอบครัวได้เข้ามาคุ้มครองในเรื่องของความปลอดภัยเพียงเท่านั้น