ลุยค้น 104จุดทั่วประเทศ! ทลายเครือข่ายต่างชาติ จับวัยรุ่นไทยค้ากัญชา ได้กำไรอื้อ!

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 17 พ.ค. ที่ลานหน้าอาร์ซีเอ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมด้วยพ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2, พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191, หน่วยอรินทราช 26, ตำรวจปราบปรามยาเสพติด, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสน.มักกะสัน ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติยุทธการ X-RAY OUTLAW FOREIGNER ครั้งที่ 11 ปิดล้อมตรวจค้นสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม โรงเรียน สถาบันกวดวิชา ที่บุคคลต่างด้าวเป้าหมายอาศัยอยู่ 104 เป้าหมายทั่วประเทศ

โดยแบ่งเป็นเป้าหมายโรงเรียนนานาชาติ 12 เป้าหมาย, สถาบันสอนภาษา 9 เป้าหมาย, โรงเรียนสามัญ 27 เป้าหมาย, เป้าหมายอื่นๆ 56 เป้าหมาย จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 37 ราย ใน 2 ข้อหาหลัก คือ 1.ข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาต 6 ราย และ 2.ข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต 27 ราย และข้อหาอื่นๆ 4 ราย

นอกจากนี้ ยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาลักลอบขายกัญชาได้อีก 2 ราย คือ นายพัชรพล จันทกนก อายุ 24 ปี และน.ส.อนุธิดา หรือหนิง ศรีสว่าง อายุ 20 ปี พร้อมกัญชาน้ำหนัก 10 กิโลกรัม และอุปกรณ์การแพ็คยาเสพติดส่งขายทางไปรษณีย์หลายรายการ ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 ล่อซื้อกัญชา 11 กิโลกรัม จนสามารถจับผู้ต้องหาได้ 2 ราย ซึ่งผู้ต้องหาอยู่ในระหว่างประกันตัวต่อสู้คดีหลังถูกจับกุมมาก่อนแล้วเมื่อเดือนต.ค.2560 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนขยายผลจนทราบว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดซ้ำอีก จึงได้วางแผนจับกุม โดยเฝ้าสังเกตการณ์ที่ไปรษณีย์เอกชนแห่งหนึ่ง เมื่อผู้ต้องหาทั้งสองปรากฏตัวและนำกล่องพัสดุมาส่ง จึงได้ขอตรวจค้น และพบของกลางดังกล่าวในกล่องพัสดุเตรียมนำส่งลูกค้า


พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ต้องการนำเงินมาต่อสู้คดี โดยฝ่ายชายรับกัญชามาครั้งละ 50 กิโลกรัม แบ่งจำหน่ายได้กำไรครั้งละกว่า 40,000 บาท ทั้งนี้ แม้ว่าการส่งยาเสพติดหรือสิ่งเทียมอาวุธปืนผ่านทางไปรษณีจะลดน้อยลงมาก แต่ก็ยังมีอยู่บ้างเล็กน้อย อยากเตือนผู้ที่กระทำความผิดว่า ปัจจุบันไปรษณีย์มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจน้ำหนักของวัสดุที่ส่งมา ดังนั้น ยาเสพติดหรือปืนจะถูกตรวจจับได้แน่นอน โอกาสรอดยาก จึงอยากเตือนให้หยุดกระทำความผิดเสีย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า การระดมกวาดล้างชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาก่อเหตุอาชญากรรมในประเทศไทยถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล เพราะกระทบต่อความมั่นคงและการท่องเที่ยวของประเทศ ปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบวิธีการเข้ามาอาศัยในประเทศให้มีความซับซ้อน และหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น การแต่งงานกับคนไทย หรือแฝงตัวทำวีซ่านักเรียนในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งการระดมกวาดล้างครั้งนี้ได้ตรวจในหลายพื้นที่ 104 จุด แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น จ.ภูเก็ต พัทยา หาดใหญ่ เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ

รอง ผบช.ทท. กล่าวว่า ซึ่งวันนี้เราเข้าตรวจที่อาร์ซีเอ ก่อนหน้านี้ได้ประชุมหารือกับฝ่ายความมั่นคง และโรงเรียนนานาชาติ ว่า หลังจากนี้จะปรับเกณฑ์การเข้ามาอยู่ต่อในประเทศไทย เพื่อป้องกันพวนนอมินีแฝงตัวเข้ามา พวกขบวนการหลอกแต่งงานกับสาวไทยเพื่อที่จะได้ทะเบียนสมรสและอยู่ต่อในประเทศ พวกที่ทำวัซ่านักเรียน โดยอาศัยโรงเรียนนานาชาติต่างๆ ทั่วประเทศ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า เหล่านี้มักจะมีเอเย่นต์ในการจัดทำจัดหาทั้งนั้น ส่วนผู้ต้องหาที่จับได้เราจะบังคับใช้กฎหมายสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการเพิกถอนวีซ่า ทำแบล็กลิสต์ และผลักดันส่งกลับประเทศต้นทาง ส่วนบุคคลที่วีซ่ายังไม่หมดอายุ การอยู่ต่อก็จะสืบสวนอีกที หากพบว่ามาค้าประเวณีก็จะยกเลิกวีซ่าและส่งกลับประเทศ อย่างไรก็ตามจากการรวบรวมการปฏิบัติยุทธการ 25 ครั้ง ตรวจค้นเป้าหมาย 3,474 เป้าหมาย จับกุมผู้กระทำความผิดได้ ทั้งหมด 1,161 ราย