หิ้ว “คนอยากเลือกตั้ง” ส่ง สน. อ่วม3ข้อหาหนัก ‘แม่จ่านิว’ รุดเฝ้าลูกไม่ห่าง(คลิป)

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 22 พ.ค. ที่ สน.ชนะสงคราม นายรังสิมันต์ โรม , นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน หรือ จ่านิว และ นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน หลังมอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นหลังจากนี้ โดยมีข้อแม้ว่าขอให้ตำรวจไม่จับกุมกลุ่มประชาชนที่อยู่ในพื้นที่

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อยากฝากสื่อมวลชนให้ถามทางผู้กำกับ สน.ชนะสงคราม ว่าสาเหตุใดถึงต้องส่งพวกตนไปที่ สน.ศาลาแดง ทั้งที่พวกตนก่อเหตุและมอบตัวในพื้นที่ สน.ชนะสงคราม และการที่ตนเจรจากับตำรวจวันนี้ ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จเลย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจยืดเยื้อ เว้นระยะกว่า 3-4 ชั่วโมง ไม่มีการเจรจา ถามข้อมูลไปแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ ตนยืนยันว่าทางฝ่ายกลุ่มผู้ชุมนุมขอเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาโดยตลอดจนถึงนาทีสุดท้าย ที่ต้องมอบตัว

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ส่วนการชุมนุมวันนี้ได้อ่านคำปราศรัยบริเวณถนนมัฆวาน ถือว่าประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น ตนคิดว่ามันเกินคำว่าประสบความสำเร็จแล้ว ตลอดระยะเวลา 1 คืน 1 วันที่ชุมอยู่นั้น ได้พิสูจน์ให้สังคมไทยรู้ว่าการเลือกตั้งที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เป็นสิทธิพลเมืองที่ทุกคนซึ่งมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ควรต้องได้ มันใช้ไม่ได้แล้วในประเทศไทย เป็นเรื่องตลกที่สุด ที่วันนึงรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจมาไล่จับกลุ่มคนต้องการการเลือกตั้ง ทั้งที่ครั้งหนึ่งมีการรณรงค์ให้มีการเลือกตั้งด้วยซ้ำไป ในวันนี้ ประชาชนแค่เพียงต้องการนำสิทธินั้นคืนมา แต่กลับทำไม่ได้ ดังนั้น ตนคิดว่าการวิพากษ์วิจารณ์ให้เห็นธาตุแท้ของ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ประสบความสำเร็จมากที่สุด

นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า หลายคนอาจมองว่าการชุมนุมครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ต้องคิดว่าภายใต้ คสช. เรามีการจัดชุมนุมขึ้นทุกปี เดือนหน้าก็สามารถจัดอีกได้ ตนมีหน้าที่เพียงเสนอประเด็นให้สังคมเห็นด้วย ยืนยันว่าไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ตนมองว่าเป็นฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจมากกว่า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจอนุญาตให้กลุ่มผู้ชุมนุมเดินไปยังทำเนียบรัฐบาลภายใน 1 ชั่วโมง และจัดกิจกรรมตามที่วางไว้ ไม่เกิน 3 ชั่วโมง ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย ต่างคนต่างกลับบ้าน ไม่ต้องเกิดการปะทะกัน ปัญหาคือเจ้าหน้าที่ตำรวจกังวลมากเกินไป บริบททางการเมืองไทยยังไม่เปิดอย่างชัดเจน คสช.ยังคงปิดกั้นพื้นที่แสดงออกทางการเมืองของประชาชน

นายสิรวิชญ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนกังวลที่สุดในตอนนี้คือสถานการณ์มวลชน เพราะไม่ทราบว่าหลังจากนี้ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมจะกลับบ้านอย่างปลอดภัย หรื ถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวไปดำเนินคดีหรือไม่ ขอให้ทุกอย่างพวกเราเป็นคนรับผิดชอบเอง หลังจากนี้ยังไม่มีการวางแผนว่าจะชุมนุมกันอีกหรือไม่ ขอเคลียร์เรื่องคดีให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แต่ยืนยันว่าไม่มีการถอนแน่นอน

ด้านนายปิยรัฐ กล่าวว่า เป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่มาชุมนุม และต้องกลับบ้านเพียงลำพัง เราไม่สามารถส่งพี่น้องที่มาชุมนุมได้ในวินาทีสุดท้าย อยากขอบคุณความหวังดีของพี่น้องประชาชนที่มาต่อสู้ร่วมกัน ในอุดมการณ์เดียวกัน ว่าประเทศนี้จะดีได้ด้วยสองมือของพี่น้องเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ หรือหนึ่งนุช มารดานายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว ได้เดินทางมาเยี่ยมบุตรชาย หลังทราบว่าเข้ามอบตัวแล้ว และได้ขอยาแก้ไข้กับทางเข้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากทั้ง 3 แกนนำ เริ่มไม่สบาย มีอาการไข้และตัวร้อน เนื่องจากตากฝนตากแดด และไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

จนกระทั่ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะเดินทางมาติดตามความคืบหน้า ของคดี และเปิดรายชื่อผู้ต้องหาที่สามารถจับกุม ทั้งหมด 14 คน

โดยคุมตัวอยู่ที่ สน.พญาไท 10 คน ได้แก่ 1.นายเอกชัย หงส์กังวาน 2.นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ 3.อานนท์ นำภา 4.น.ส.ชลธิชา หรือเกด แจ้งเร็ว 5น.ส.ณัฏฐา หรือโบ มหัทธนา 6.นายวิโรจน์ โตงามรักษ์ 7นายพุทธไธสิงห์ ทิมจันทร์ 8.นายคีรี ขันทอง 9.ว่าที่ร้อยตรี ภัทรพลจันทร์โคตร 10.นายประสงค์ วางวัน

และสน.ชนะสงคราม 4 คน ได้แก่ 1.นายรังสิมันต์ โรม 2.นายปิยะรัฐ จงเทพ 3.นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์และ 4.นายนิกร วิทยาพันธุ์

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้งหมด 3 ข้อหา ได้แก่ มาตรา 116 ข้อหายุยงปลุกปั่นฯ มาตรา 215 ข้อหาผู้ใดมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป หรือกระทำการให้เกิดตวามวุ่นวายในบ้านเมือง และข้อหาขัดคำสั่งคสช. ที่ 3/2558 ร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

ทั้งนี้ ในส่วนของนายนิกร ที่เป็นผู้ใช้คีมตัดกุญแจประตู 3 ม.ธรรมศาสตร์ ต้องรอให้อธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ แจ้งดำเนินคดีก่อนถึงจะแจ้งข้อหาทำลายทรัพย์สินของทางราชการ และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน อย่างไรก็ตามการสอบปากคำต้องใช้ระยะเวลาสักระยะ หากสอบสวนเสร็จสิ้นจะคุมตัวแกนนำ ทั้ง 4 ไปขออำนาจศาลเพื่อฝากขัง ในส่วนของพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาหลายครั้ง ทั้งนี้ภาพรวมเหตุการณ์ชุมนุมตลอดทั้งวันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุรุนแรง มีเพียงประชาชนเป็นลม 3 คน เท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างให้สัมภาษณ์ นายเยี่ยมยุทธ สุทธิฉายา อายุ 25 ปี ผู้สื่อข่าวสำนักประชาไท ได้สอบถาม พล.ต.อ.ศรีวราห์ ว่าในการชุมชมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำโดรนบินด้วยหรือไม่ เนื่องจากระหว่างทำข่าวบริเวณหน้า ม.ธรรมศาสตร์ สังเกตเห็นโดรนบินอยู่ ซึ่งรอง ผบ.ตร.ยืนยันว่าเป็นโดรนของทางการ หยิบยืมมาจากกองทัพเรือ โดยบินอยู่เฉพาะบริเวณองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แต่นายเยี่ยมยุทธ ยืนยันว่า พบเห็นบินอยู่ระหว่างม.ธรรมศาสตร์ กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ซึ่งเป็นแนวกั้นของเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม รอง ผบ.ตร.จึงได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม สอบปากคำผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวในฐานะพยาน เพื่อสืบสวนติดตามหาผู้กระทำความผิดต่อไป

บทความก่อนหน้านี้คนรุ่นใหม่จัดรำลึก 4 ปี ปชต.สาบสูญ จี้จัดเลือกตั้ง ซัดปฎิรูปล้มเหลว เศรษฐกิจแย่
บทความถัดไปเงินเดือนไม่พอใช้! ผู้ใหญ่บ้านผุดไอเดีย เพาะจิ้งหรีดขาย แค่ 4 เดือนโกยเงินเป็นแสน