รวบแชร์ข่าวปลอมใส่ร้ายรัฐบาล 14 ราย พร้อมออกหมายจับแอดมินเพจดัง

รวบแชร์ข่าวปลอมใส่ร้ายรัฐบาล

รวบแชร์ข่าวปลอมใส่ร้ายรัฐบาล – “บิ๊กโจ๊ก” แถลงจับกุมคนแชร์ข่าวปลอมใส่ร้ายรัฐบาล 14 คน ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พร้อมออกหมายจับสาวใหญ่ในกรุงลอนดอน แอดมินเพจ “KonthaiUk” ชี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย

รวบแชร์ข่าวปลอมใส่ร้ายรัฐบาล
‘บิ๊กโจ๊ก’ แถลงจับผู้ต้องหาแชร์ข่าวปลอม

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 12 มิ.ย. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาคารบี ศูนย์ราชการ (แจ้งวัฒนะ) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมด้วยพล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปอท. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา 14 ราย ความผิดฐาน “การส่งต่อ หรือเผยแพร่ ข้อความอันเป็นเท็จ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (5) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ”

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าแอดมินเพจเฟซบุ๊กชื่อ “KonthaiUk” ได้โพสต์ข้อความว่า “เรือเหาะ…ก็ซื้อมาซ่อม ยังจะซื้อดาวเทียม 91,200 ล้านมาแดกอีก.. จะยอมมันอีกมั้ย!” พร้อมนำภาพเรือเหาะ ดาวเทียม และนำภาพถ่ายของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มาตัดต่อรวมกัน นอกจากนี้ยังมีการตัดต่อภาพของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อนำมาเป็นสื่อกระจายแก่บุคคลต่างๆ ซึ่งการดัดแปลงดังกล่าวอาจส่งผลทำให้ประชาชนที่ได้รับสื่อเกิดความตื่นตระหนก และหลงเชื่อได้ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลจริง

ออกหมายจับสาวใหญ่แอดมินเพจ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวได้ลงทะเบียนใช้ในชื่อบัญชี “Watana Ebbage” ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่าผู้ใช้คือนางวัฒนา เอ็บเบจช์ อายุ 56 ปี สัญชาติอังกฤษ โดยมีถิ่นพักอาศัยอยู่ที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ จึงขออนุมัติออกหมายจับจากศาลอาญาที่1234/2561 ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2561 ในความผิดฐาน “นำสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน” ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ


รอง ผบช.ทท. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมเผยแพร่หรือส่งต่อข้อความข่าวสารอันเป็นเท็จในเฟซบุ๊ก ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ จำนวนทั้งสิ้น 14 ราย อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการออกหมายเรียกเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอีก 13 ราย รวมทั้งหมด 27 ราย

“สิ่งสำคัญเหนือกว่าสิ่งอื่นใด คือการทำให้บ้านเมืองสงบสุขเรียบร้อย ซึ่งการโพสต์และแชร์ข้อมูลดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย โดยมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงเป็นเหตุให้ผู้ที่เข้าไปรับชมเกิดความเข้าใจผิด ซึ่งการประชุมครม. ในวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวไว้ว่า การโพสต์ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ จะไปลงข้อมูลเพื่อโจมตีผู้ใดหรือรวมทั้งรัฐบาลก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าเป็นเรื่องบิดเบือนข้อเท็จจริงแล้วถือว่าเป็นความผิดทั้งสิ้นซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูง”

“อยากเตือนพี่น้องชาวไทยหากศึกษาข้อมูลให้ช่วยตรวจสอบข้อมูลกับทางราชการว่าถูกต้องหรือไม่เนื่องจากการแชร์ข้อมูลที่ผิดพลาดอาจถูกดำเนินคดี นอกจากนี้ผู้ต้องหาที่ศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับจะขอความร่วมมือและทำเป็นหมายแดง หรือหมายจับอินเตอร์โพลเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” รอง ผบช.ทท. กล่าว