สุดเจ็บปวด! เผยนาทีก่อนสูญเสีย จ่าแซม ดำน้ำหายไปในถ้ำ 8 ช.ม.

สุดเจ็บปวด! เผยนาทีก่อนสูญเสีย จ่าแซม ดำน้ำหายไปในถ้ำ 8 ช.ม.

เสร็จสิ้นแล้วสำหรับภารกิจช่วย 13 หมูป่าออกจากถ้ำหลวง โดยทั้ง 13 ชีวิตออกมาอย่างปลอดภัย ท่ามกลางการระดมกำลังจากทุกภาคส่วนตลอดระยะเวลาปฏิบัติงาน 17 วัน จนประสบผลสำเร็จ

สำหรับความคืบหน้า เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 11 ก.ค. น.อ.อนันท์ สุราวรรณ์ ผบ.กรมรบพิเศษที่ 1 หน่วยซีล กล่าวถึงภารกิจในถ้ำหลวงว่า ตอนแรกที่มาปฏิบัติงานยังนึกภาพไม่ออก เพราะเคยแต่ปฏิบัติภารกิจในทะเล ตอนนั้นคิดว่าไม่น่ายาก แต่เมื่อเข้าไปในถ้ำพบว่างานนี้ยากมาก เพราะในถ้ำมืดสนิทและต้องปีนโขดหินเข้าไป วันแรกเข้าไปถึงโถง 3 ตอนตี 5 และเริ่มดำน้ำ ตลอดเส้นทางผนังถ้ำเต็มไปด้วยโคลน จึงประเมินได้ว่าถ้ำนี้เคยมีน้ำท่วมและพัดโคลนมา ซึ่งปฏิบัติภารกิจตั้งแต่ตี 5 ถึง 4 โมงเย็น ไม่รู้วันเวลา แถมระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ช.ม.ละ 3-4 ซ.ม. ก่อนเพิ่มเป็นช.ม.ละหลายสิบซ.ม. จึงมาปรึกษานายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผบ.ศูนย์อำนวยการร่วม เพื่อเร่งสูบน้ำออกจากถ้ำ


ระหว่างรอน้ำลด หน่วยซีลได้ดำน้ำวางแนวเส้นทางไปถึงสามแยกในถ้ำ ก่อนขอรับบริจาคขวดอากาศไปวางตามแนวถ้ำ กระทั่งนักดำน้ำฝรั่งไปพบทั้ง 13 คนและวางแนวเส้นทางไว้ ก่อนเตรียมเสบียงและผ้าห่มฟอยล์เข้าไป โดยเมื่อส่งเจ้าหน้าที่ของเราเข้าไป พบว่าทั้งหมดหายไป 23 ช.ม.และติดต่อไม่ได้ ตอนนั้นเครียดมาก ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย ก่อนเจ้าหน้าที่ 3 นายจะกลับมาที่โถง 3 โดยทั้ง 3 คนอาการแย่มากและต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล

จากนั้นจึงปรับแผนด้วยการสูบน้ำและวางขวดอากาศตามแนวถ้ำ บางครั้งส่งเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติงานครั้งละ 7-8 ช.ม. ในจำนวนนี้รวมถึง จ่าแซม ที่อาสาไปวางขวดอากาศพร้อมนักดำน้ำต่างชาติ โดยวางขวดอากาศตามแนวที่กำหนดไว้ โดยนักดำน้ำต่างชาติใช้เวลาวางประมาณ 3 ช.ม. ส่วนจ่าแซมและนักดำน้ำต่างชาติที่ไปด้วยกันหายไป 7 ช.ม. ตอนนั้นยังประเมินสถานการณ์และมั่นใจว่าอาจเหนื่อยแล้วแวะพัก ก่อนนักดำน้ำต่างชาติกลับมาคนเดียวและแจ้งว่าเกิดความสูญเสีย แต่เรายังเดินหน้าในภารกิจ โดยทุกคนยอมรับในความเสี่ยงและเตรียมใจอยู่แล้ว