นศ.สาว รับทั้งน้ำตา กิ๊กหนุ่มซ้อมโหด-บังคับหลับนอน ชนวนยิงโหดคาเก๋ง

จากกรณีน.ส.นัฐชนก อายุ 21 ปี นักศึกษาหลักสูตรวิชาชีพผู้ช่วยการพยาบาลปี 1 ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายอนุวัฒน์ อายุ 28 ปี พนักงานขายบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นกิ๊กหนุ่ม เสียชีวิตภายในรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ ทะเบียน 3 กณ 8637 กรุงเทพมหานคร สภาพแต่งซิ่ง บริเวณก่อนถึงปากซอยบางนา-ตราด 4 (ซอยอิสระนิเวศน์) ถนนบางนา-ตราด แขวงและเขตบางนา กทม. เมื่อช่วงดึกวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา

โดยมีเหตุฝ่ายชายมักชอบข่มขู่และชอบทำร้ายร่างกาย อีกทั้งยังบังคับให้ไปร่วมหลับนอนอยู่เป็นประจำ สำหรับมูลเหตุนั้นมาจากผู้ตายมักใช้กำลังทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิงจนเบ้าตาขวาเขียวคล้ำ ก่อนบังคับให้ฝ่ายหญิงนั่งติดรถไปด้วย ซึ่งระหว่างเดินทางนั้นฝ่ายหญิงรู้ว่าผู้ตายซุกซ่อนอาวุธปืนอยู่เบาะหลัง จึงเอี้ยวตัวไปหยิบปืนก่อนมาจ่อยิงช่วงท้ายทอยของฝ่ายชายจนเสียชีวิต ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ สน.บางนา พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางนา และพ.ต.ท.สายชล หงษ์สุวรรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน)สน.บางนา ร่วมกันตรวจรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ หมายเลขทะเบียน 3 กณ 8637 กรุงเทพมหานคร คันเกิดเหตุ โดยตรวจสอบภายในรถพบกระสุนปืนลูกซอง ขนาดเบอร์ 12 จำนวน 7 นัด ตกอยู่ใต้เบาะหลังรถ จึงทำการตรวจยึดไว้ พร้อมทั้งตรวจสอบสำนวนคดีดังกล่าวด้วย

พล.ต.ต.มงคล กล่าวว่า รับมอบหมายจากพล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. ให้มาเร่งรัดตรวจสอบคดีนี้ ให้เกิดความเรียบร้อยครบถ้วนรอบด้าน ซึ่งสั่งการกำชับให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบข้อมูลของฝ่ายผู้ตาย และผู้ต้องหา ตลอดจนสอบสวนพยานแวดล้อมทั้งหมด สำหรับมูลเหตุครั้งนี้มาจากเรื่องชู้สาว ซึ่งทั้งคู่เพิ่งคบหากันมาได้เพียงเดือนเศษ รู้จักกันผ่านทางโลกโซเชียล แต่ทั้งสองฝ่ายก็มีแฟนกันแล้วทั้งคู่ ต่างฝ่ายต่างแอบมาคบหากัน ส่วนเรื่องคดีเราต้องวิเคราะห์จากพยานหลักฐาน ว่ามูลเหตุที่ทำให้ผู้ต้องหาลงมือก่อเหตุนั้นเกิดจากอะไรกันแน่ ไม่ว่าจะเป็นความอึดอัดใจ คับแค้นใจหรือไม่ อีกทั้งก่อนหน้านี้ผู้ตายได้กระทำอะไรต่อฝ่ายผู้ต้องหาไปบ้าง และต้องให้ความเป็นธรรมทั้งฝ่ายผู้ต้องหาและผู้ตาย

พล.ต.ต.มงคล กล่าวต่อว่า จากนี้ต้องตรวจสอบอาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียนของผู้ตาย ซึ่งผิดกฎหมาย รวมทั้งตรวจยึดกระสุนปืนลูกซองจำนวนนี้ไว้ด้วย และตรวจเลือดของผู้ตายว่ามีสารเสพติดในร่างกายด้วยหรือไม่ สำหรับการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุยิงผู้ตายจริง รวมทั้งได้ตรวจคราบเขม่าดินปืนที่มือผู้ต้องหาปรากฏว่ามีจริง เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา”ฆ่าผู้อื่น โดยเจตนา” และจะนำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดพระโขนง ในวันพรุ่งนี้ (26ก.ค.) ต่อไป

จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนของตำรวจพบว่า ก่อนหน้านี้น.ส.นัฐชนก มีแฟนหนุ่มอยู่แล้วที่คบหากันได้ประมาณ 2 เดือน โดยฝ่ายชายได้มอบรถจยย.ไว้ใช้งาน 1 คัน ต่อมาได้รู้จักกับผู้ตายจากแอพวีทอร์ก และแอบคบหาดูใจกันประมาณ 1 เดือน แต่ฝ่ายผู้ตายก็มีแฟนอยู่ก่อนแล้ว โดยตลอดการคบหากันได้ร่วมหลับนอนกันทุกครั้ง ฝ่ายผู้ตายมักมีพฤติกรรมความรุนแรง ทุบตี คล้ายกับเป็นคนซาดิสต์

กระทั่งก่อนเกิดเหตุฝ่ายผู้ต้องหาได้แช็ตไปหาแฟนสาวของผู้ตาย ทำให้เกิดความโมโห จึงนัดหมายพบกันผ่านไลน์ แต่ฝ่ายผู้ต้องหาไม่สะดวกไปพบ เนื่องจากได้ขี่จยย.ของแฟนหนุ่มอีกคนไปดูคอนเสิร์ตที่ห้างย่านบางพลี ทำให้ผู้ตายไม่พอใจอีก จึงข่มขู่จนน.ส.นัฐชนกยอมไปพบที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านแบริ่ง โดยรถจยย. ผู้ตายให้เพื่อนไปขี่มาเก็บไว้ ส่วนน.ส.นัฐชนก ให้นั่งรถแท็กซี่มาพบที่โรงแรม

สาวนศ.ผู้ช่วยพยาบาล อ้างโคตรแค้น! โดนตบตี-บังคับหลับนอน ชักปืนจ่อยิงแฟนหนุ่มตายคาเก๋ง

กระทั่งร่วมหลับนอนกันเสร็จ โดยระหว่างนั้นมีการทำร้ายทุบตีฝ่ายหญิง จากนั้นได้พากันออกจากโรงแรมเพื่อไปเอารถจยย.จากเพื่อนผู้ตายที่บริเวณริมถนนบางนา-ตราด ขณะขับรถออกมาจากโรงแรมได้มีปากเสียงกันตลอดทาง โดยฝ่ายผู้ตายได้ชักอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ที่พกติดตัวมาข่มขู่ว่าอย่าไปยุ่งเรื่องแฟนของเจ้าตัวไม่งั้นจะฆ่าให้ตาย ก่อนวางไว้ที่เบาะหลัง ทำให้ฝ่ายผู้ต้องหาคิดเอาตัวรอดจึงเอี่ยวตัวไปหยิบอาวุธปืนมายิงใส่ที่ท้ายทอยผู้ตาย 1 นัดดังกล่าว ก่อนทางตำรวจมาจับกุมไว้ได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน