เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อ “Thanapak Alcotec” โพสต์ข้อความเพื่อช่วยกันตามหา คนร้ายสาวชาวพม่าที่เพิ่งรับเข้ามาทำงานในบ้านเลขที่ 41 ซอยตากสิน 12 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กทม. ได้เพียง 2 วัน ก่อนจะฉกทรัพย์สินมีค่าทั้งเครื่องเพชร เงินสุดไทยและต่างประเทศมูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาทหายตัวไป ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สน.บุคคโล เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและพบกับ นายธนภาค จิระเดชดำรง อายุ 30 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แห่งหนึ่ง ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ เจ้าของบ้าน ที่เข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สน.บุคคโล ไปแล้ว
นายธนภาค เปิดเผยว่า บ้านของตนเป็นบ้านเดี่ยวขนาด 3 ชั้น อยู่ภายในซอยตากสิน 12 พักอาศัยอยู่เป็นครอบครัวรวม 5 คน กระทั่งเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ที่ผ่านมาตัดสินใจติดต่อนายหน้าหาคนใช้และทำการว่าจ้าง น.ส.ขิ่น เมียท อู ปู ชาวพม่า อายุ 30 ปี ที่อยู่ระบุตามบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทย พักอยู่บ้านเลขที่ 189 ม.1 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ มารับหน้าที่ทำความสะอาดและรับใช้ทั่วไป จนเช้าวันเกิดเหตุวันที่ 12 ธ.ค. เวลาประมาณ 10.00 น. น.ส.ขิ่นบอกพ่อและแม่ตนว่า ขออนุญาตไปเยี่ยมแฟนหนุ่ม ซึ่งถูกรถชนอยู่โรงพยาบาล คนในบ้านจึงอนุญาต ก่อนที่น.ส.ขิ่น จะออกไปพร้อมกับถุงพลาสติก 2 ใบและไม่กลับมาอีกเลย
ภายหลังกลับมาจากที่ทำงานในช่วงเย็นตนขึ้นไปยังห้องนอนยังชั้นที่ 3 ของบ้านก็เริ่มผิดสังเกตว่า กุญแจที่ไขตู้และลิ้นชักเก็บทรัพย์สินได้หายไป จึงนำกุญแจสำรองออกมาเพื่อไขดูก็พบว่าทรัพย์สินมีค่าได้หายไปหมดแล้ว ขณะที่น.ส.ขิ่น ก็ยังไม่กลับมา อีกทั้งไม่สามารถโทรติดต่อได้เลย ตั้งแต่ช่วงเช้าภายหลังออกจากบ้านไป
สำหรับทรัพย์สินที่หายไป มีทั้งแหวนเพชร 2 วง สร้อยคอเพชร 2 เส้น สร้อยข้อมือเพชร 2 เส้น สร้อยทองคำ พร้อมพระเครื่อง เงินสดสกุลยูโร 1 ล้านบาท และเงินสดสกุลไทยอีก 8 หมื่นบาท รวมกว่า 7 ล้านบาท ตนจึงเดินทางเพื่อเข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สน.บุคคโล
หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.จิณวัตร ก้อนทองดี ผกก.สน.บุคคโล พ.ต.ท.ปิโยรส กัณหะสิริ รอง ผกก.สส.สน.บุคคโล และ พ.ต.ท.มหพล มีเสน สว.สส.สน.บุคคโล ร่วมกันเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ กองพิสูจน์หลักฐาน โดยล่าสุดขณะนี้พบความเคลื่อนไหวล่าสุดของน.ส.ขิ่น ไปปรากฏตัวอยู่ที่ย่านถนนกิ่งแก้ว จ.สมุทรปราการ คาดว่าคงหลบหนีไปกบดานกับกลุ่มแรงงานพม่าด้วยกัน ตามนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะรีบรวบรวมหลักฐานในการขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับต่อไป
