เจ๊เยา ผู้ต้องหาคดีฆ่า 2 ผัวเมียเศรษฐีโรงเกลือเข้ามอบตัวกองปราบ แสดงความบริสุทธิ์ใจขอสู้คดี โอดตัวเองเป็นแพะถูกคนบงการตัวจริงใส่ร้ายว่าเป็นคนก่อเหตุ รับรู้จักคนบงการดี แต่ไม่ขอเปิดเผย

นางมณีรัตน์ โกทันย์ หรือเจ๊เยา เข้ามอบตัวกองปราบ

จากกรณีกลุ่มคนร้ายฆ่าปาดคอ นางสายันต์ จันทรา อายุ 64 ปี และ นายพิพัฒน์ ตั้งพงศ์ทอง หรือเสี่ยกวง อายุ 71 ปี สองสามีภรรยาเศรษฐีตลาดโรงเกลือ และคลองหาด จ.สระแก้ว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาตำรวจจับกุมคนร้ายไปส่วนหนึ่งแล้ว เหลือเพียงแต่ตัวผู้บงการที่หลบหนีไปได้ ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว ญาติจัดพิธีเผาแล้ว! ศพเศรษฐีโรงเกลือถูกฆ่าโหด พบ”ถุงมือ”ทิ้งกลางป่า ตร.ส่งตรวจคลี่คดี

เจ๊เยา มอบตัวสู้คดีฆ่าผัวเมียเศรษฐีโรงเกลือ

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ส.ค. ที่กองปราบปราม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เพื่อเยาวชนและสังคม หรือ ‘ทนายตั้ม พานางมณีรัตน์ โกทันย์ หรือเจ๊เยา อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 668/3 ม.10 ต.วัฒนานคร อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. เพื่อมอบตัวสู้คดี

หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ 85/2561 ลงวันที่ 9 เม.ย.2561 ตามความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันช่วยเหลือผู้กระทำผิด โดยการให้ที่พำนักหรือที่ซ่อนเร้นเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม” เนื่องจากแนวทางการสืบสวนของชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวพบหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่านางมณีรัตน์ นั้นน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว

นางมณีรัตน์ กล่าวว่า ตนมีอาชีพค้าขายธรรมดาๆ และขอยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด แต่ถูกใส่ร้ายจากผู้ที่เป็นคนอยู่เบื้องหลัง ส่วนกรณีที่ไปอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้านนั้น ตนเพียงเดินทางไปทำธุรกิจ ไม่ได้มีเจตนาที่จะหลบหนี กระทั่งทราบข่าวจากน้องว่า ตนเองถูกออกหมายจับในคดีจ้างวานฆ่า ก็รู้สึกตกใจมาก เนื่องจากตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่เคยรู้จักกับคนตายแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่เคยมีความโกรธแค้นหรือเคยทำธุรกิจร่วมกันมาก่อนด้วย

นางมณีรัตน์ กล่าวต่อว่า การที่ตนเดินทางมาเข้ามอบตัวกับกองปราบ ก็เนื่องจากว่าต้องการมาทวงถามหาความยุติธรรม เพราะมั่นใจว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ซึ่งก็ยังรู้สึกสงสัยเหมือนกันว่าเพราะเหตุใดทำไมตนเองถึงถูกออกหมายจับในคดีนี้ ที่ผ่านตนเคยได้ยินแต่คำว่า “แพะ” และเพิ่งจะรู้ว่า “แพะ” เป็นอย่างไร เพราะตอนนี้มันมาเกิดขึ้นกับตัวเรา

“ส่วนตัวแล้วเชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้ถูกออกหมายจับนั้น อาจเป็นเพราะว่ารู้จักกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังของคดีดังกล่าว ซึ่งเป็นคนร้ายที่แท้จริง ที่ส่วนตัวแล้วรู้จักกันมาได้ประมาณ 7 ปีแล้ว และเคยมีโอกาสพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องขอยืมเงินจำนวน 1 ล้าน เพื่อจะนำมาเป็นเงินลงทุนในการเลือกตั้ง

ส่วนรายละเอียดนั้นยังไม่ขอเปิดเผย โดยจะให้ข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน ทั้งนี้ ยอมรับว่ารู้จักกับผู้อยู่เบื้องหลังคนนี้มาตั้งแต่ปี 2554 เนื่องจากเคยช่วยเหลือในด้านการหาเสียงเลือกตั้งระดับท้องถิ่น แต่ไม่คิดว่าจะถูกโยนความผิดมาให้” นางมณีรัตน์ กล่าวว่า

เจ๊เยา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในระหว่างการพูดคุยทางการเมือง ตนเคยได้ยินผู้ที่อยู่เบื้องหลังรายนี้พูดถึงบ้านของผู้ตายว่า หากมีความจำเป็นก็จะต้องฆ่า ซึ่งตนก็ไม่กล้าที่จะถามข้อมูลต่อ อย่างไรก็ดีหลังจากเกิดเหตุได้รับการติดต่อจากผู้อยู่เบื้องหลังว่า ไม่ให้ข้ามกลับมาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยอ้างว่าตนถูกดำเนินคดีทางการเมือง

หากกลับมาจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจับกุม และยังยื่นข้อเสนอว่าจะส่งค่าดูแลระหว่างที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนจะมาทราบในภายหลังว่าตัวผู้บงการคนดังกล่าวได้ใส่ร้ายว่าตนเป็นคนก่อเหตุ

ด้าน นายษิทรา เปิดเผยว่า นางมณีรัตน์ ผู้ต้องหารายนี้ได้ติดต่อผ่านตน และต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ จึงขอเข้ามอบตัวที่กองปราบฯโดยยืนยันว่าผู้ต้องหาทราบข้อมูล และผู้ที่บงการฆ่าผู้เสียชีวิตทั้งสอง ที่ผ่านมาเป็นเพียงผู้ที่เข้าไปมีส่วนรู้เห็น แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ ซึ่งต้องถือว่าเป็นพยานปากสำคัญในคดีนี้ด้วย

หลังจากนี้เสร็จสิ้นขั้นตอนที่กองปราบฯแล้ว ทราบว่าจะมีการส่งตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีที่ สภ.คลองหาด จ.สระแก้ว ซึ่งตนก็จะติดตามไปร่วมรับฟังการสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน