เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 14 ธ.ค. พ.ต.ท.อดุลย์ ดอกพวง รอง ผกก.สส.สน.บางมด พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภวิชช์ ปานธนนันท์ สว.สส.สน.บางมด และ ร.ต.อ.นัทธพงศ์ แก้วอยู่ รอง สว.สส.สน.บางมด สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด พล.ร.9 รวม 20 นาย เข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 2 ซอยอนามัยงามเจริญ 25 แยก 2-3 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. หลังรับแจ้งจากผู้ต้องหาคดียาเสพติดในพื้นที่ว่า ที่บ้านดังกล่าวมีกลุ่มผู้เสพยาเสพติดเข้าไปมั่วสุมอยู่บ่อยครั้ง

175954

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเรือนไทยชั้นเดียวยกพื้นสูง ปลูกอยู่ในสวนติดคลองระบายน้ำ เนื้อที่บริเวณบ้านประมาณ 50 ตารางวา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบว่าบนต้นไม้ด้านหน้าแอบติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้ใช้สำรวจความเคลื่อนไหวด้านนอก ห่างจากประตูทางเข้า ราว 50 เมตร จึงรีบรุดนำกำลังเข้าไปดำเนินการตรวจค้น พบผู้ต้องสงสัยจำนวน 4 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 1 คน กำลังมั่วสุมอยู่เสพยาอย่างเมามัน ทันทีที่เห็นตำรวจทั้ง 4 คน รีบกระโดดลงคลองระบายน้ำว่ายหนีอย่างไม่คิดชีวิต แต่ทั้งตำรวจและทหารก็ยังกระโดดน้ำตามไป จนสามารถล้อมจับกุมไว้ได้ ทั้ง 4 ราย

175950

ทราบชื่อผู้ต้องหาคือ 1.นายชลธิชา จั่นสามัญ อายุ 46 ปี เจ้าของบ้าน 2.นางสุดใจ สุกปลั่ง อายุ 32 ปี ภรรยา 3.นายจิตต์พัฒน์ เฉลิมรัตน์ประทีป อายุ 38 ปี และ 4.นายชัยพฤกษ์ คงอยู่ อายุ 33 ปี เมื่อตรวจค้นภายในบ้านพบของกลางจำนวนหลายรายการ กระจัดกระจายอยู่ตามซอกหลืบต่างๆ ประกอบด้วย ยาบ้า 226 เม็ด ไอซ์น้ำหนัก 1.24 กรัม เครื่องชั่งดิจิตอล 1 เครื่อง อุปกรณ์การเสพยา 2 ชุด จอโทรทัศน์และชุดติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อสำรวจความเคลื่อนไหวตรงทางเข้าบ้าน อีก 1 ชุด จึงยึดไว้พร้อมเชิญตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 รายไปสอบสวนดำเนินคดีที่ สน.บางมด

175951

จากการสอบสวน ชลธิชา ยอมรับว่าเคยถูกตำรวจสน.ท่าข้าม จับกุมข้อหาปล้นโชเฟอร์รถสิบล้อที่จอดนอนตามริมถนน เมื่อปี 2542 ศาลสั่งจำคุก 7 ปี แต่ติดจริงๆ 5 ปี ก็ออกมาเมื่อปี 2547 จากนั้นปี 2552 ก็ผันตัวเป็นเอเย่นต์ค้ายาบ้า จนถูกตำรวจกก.สส.บก.น.9 จับกุมได้พร้อมของกลาง 180 เม็ด โดนศาลตัดสินติดคุก 4 ปี พ้นโทษออกมาเมื่อปี 2556 ก็ยึดอาชีพช่างซ่อมเครื่องยนต์ ทั้งรถ และเรืออยู่ที่บ้าน แต่รายได้ไม่ดี จึงติดต่อไปหานายโอ๊ต (ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง) เพื่อนสนิทย่านถนนประชาอุทิศ ที่รู้จักกันสมัยติดคุกในเรือนจำพิเศษบางบอนให้ช่วยนำยาเสพติดมาส่ง

“ผมรับยาบ้าจากนายโอ๊ตมาเม็ดละ 40-45 บาท เพื่อขายต่อให้ลูกค้าเม็ดละ 60-100 บาท จะมีบางส่วนที่เก็บไว้เสพเองกับภรรยาด้วย ส่วนไอซ์ตนรับมากรัมละ 900 บาท ขายต่อให้ลูกค้ากรัมละ 1,000-1,200 บาท หารายได้มาใช้จ่ายประจำวัน บางครั้งลูกค้าเดินทางมาซื้อยาเสพติด และต้องการเสพเลย ตนก็จะมีอุปกรณ์การเสพเตรียมไว้ให้เพื่อความสะดวก ส่วนกล้องวงจรปิดติดเอาไว้เพื่อดูความเคลื่อนไหวตรงทางเดินเข้าบ้าน เกรงว่าจะมีขโมยบุกรุกเข้ามาเพราะเป็นบ้านสวน ไม่ได้ตั้งใจติดไว้ป้องกันตำรวจบุกมาจับกุมแต่อย่างใด” นายชลธิชา กล่าว

ด้าน ร.ต.อ.นัทธพงศ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบปัสสาวะผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ประกอบด้วย นายชลธิชา นางสุดใจ ภรรยา และลูกค้าอีก 2 คน คือนายจิตต์พัฒน์ และนายชัยพฤกษ์ พบว่าทุกคนมีฉี่สีม่วง จึงแจ้งข้อหาเสพยาเสพติด แก่ทั้ง 4 คน และแยกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ นายชลธิชาเจ้าของบ้านในข้อหาครอบครองยาบ้าเพื่อจำหน่าย และครอบครองไอซ์เพื่อจำหน่าย จากนั้นจะคุมตัวทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม เจ้าของพื้นที่ที่ผู้ต้องหาโดนจับกุมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน