Khaosod
Online

วันศุกร์ ที่ 14 ส.ค. 2563

ต้องซื้อเสพทุกวัน หนุ่มขี้ยา ตระเวนทุบตู้เติมเงิน ทั่วฝั่งธนฯ เชื่อทำมานับ100ครั้ง

23 ส.ค. 2561 - 19:59 น.

หนุ่มขี้ยา สารภาพ ต้องซื้อเสพทุกวัน ก่อเหตุตระเวนทุบตู้เติมเงิน ป่วนทั่วฝั่งธนฯ ให้การก่อเหตุมา13คดี แต่ตร.ยังไม่เชื่อ คาดทำมานับ 100 ครั้ง เร่งสอบสวนขยายผล


เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผบช.น. พร้อมด้วยพ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ ภิญโญ ผกก.สส.บก.น.9 พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ ทองแพ รองผกก.สส.สน.บางขุนเทียน พ.ต.ต.จารุกิตติ์พัฒน์ สุขยิ่ง สว.สส.สน.บางขุนเทียน พ.ต.ต.นพดล คงสัตรา สว.สส.สน.บางขุนเทียน

หนุ่มขี้ยา

หนุ่มขี้ยา / จับกุมนายอรุณสิทธิ์ ลิมประกมลศักดิ์ หรือเต่า อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99 ถนนบางบอน 5 ซอย 18 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กทม. ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 572/59 ลงวันที่ 14 ก.ย. 2559

และหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ จ.578 และ579/2561 ลงวันที่ 23 ส.ค. 2561 ข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ในเคหะสถาน โดยใช้ยานพาหนะ

พร้อมของกลางยาบ้า 20 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนัก 1.28 กรัม รถจยย.ฮอนด้า คลิก สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน หมวกนิรภัยแบบเต็มใบสีขาวพ่นสีดำทับ 1 ใบหนุ่มขี้ยา

เสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ก่อเหตุ 2 ชุด กระเป๋าเป้สีดำคาดขาว 1 ใบ กระเป๋าเป้สีดำคาดส้ม 1 ใบ คีมตัดเหล็กขนาดใหญ่ 1 อัน เหล็กงัดยางรถยนต์ 1 ด้าม ไม้ไผ่เหลาจนเรียว พร้อมอุปกรณ์งัดแงะ

โดยสามารถจับผู้ต้องหาได้ เมื่อวันที่ 22 ส.ค. เวลา 18.00 น. ที่ห้องเช่าเลขที่ 103 อาคารทีดีเพลส ซอยกระทุ่มล้ม 1 ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ต.บางกระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม

พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีกลุ่มคนร้าย งัดตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือ ตู้เติมเงินของบริษัทเอเจ เติมสบาย จำนวน 288 ตู้ จากทั้งหมด 1,000 กว่าตู้ เหตุเกิดมากที่สุดเป็นพื้นที่ฝั่งธนบุรี บก.9 บก.น.8 และบก.น.7 ตามลำดับ

พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. สั่งกำชับให้ติดตามจับกุมคนร้าย ชุดสืบสวน บก.น.9 รวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิด พบว่ารถจยย.ที่ใช้ก่อเหตุ กระเป๋าสะพายที่คนร้ายใช้ ตรงกับนายอรุณสิทธิ์ ซึ่งเป็นคนร้ายมีหายจับคดีลักทรัพย์ติดตัวอยู่

จึงรวบพยานหลักฐานขอศาลอาญาธนบุรี ออกหมายจับ คดีงัดตู้เติมเงินโทรศัพท์อีก 2 หมาย เหตุเกิดท้องที่สน.บางขุนเทียน

พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ กล่าวต่อว่า นายอรุณสิทธิ์สารภาพว่า ก่อเหตุทุบตู้โทรศัพท์เติมเงินทั้งหมด 13 ตู้ พื้นที่ สน.แสมดำ 2 ครั้ง เดือน ธ.ค. และก.ย. ปี’60 ได้เงินไป 3,000 บาท พื้นที่สน.บางขุนเทียน 4 ครั้ง

ระหว่างเดือน ก.พ.-ส.ค. ปี’61ได้เงินไป 1,500 บาท พื้นที่สน.หนองค้างพลู 1 ครั้ง เมื่อเดือนส.ค. ไม่ได้ทรัพย์สิน พื้นที่สน.หนองแขม 1 ครั้ง เดือนพ.ค. ได้เงินไป 10,000 บาท

พื้นที่สน.ท่าข้าม 1 ครั้ง เดือนพ.ค. ได้เงินไป 500 บาท พื้นที่สน.หลักสอง 1 ครั้ง เดือนพ.ค. ได้เงินไป 100 บาท พื้นที่สน.เทียนทะเล อีก 1 ครั้ง ในเดือนเม.ย. ได้เงินไป 1,925 บาท และพื้นที่สน.เพชรเกษม 2 ครั้ง เดือนมิ.ย. ไม่ได้ทรัพย์สิน

นายอรุณสิทธิ์ รับว่าจะขี่รถจยย.ตระเวนงัดตู้เติมเงินตอนกลางคืน โดยใช้คีมตัดเหล็กก่อนใช้เครื่องมืองัดแงะ จากนั้นนำไม้ไผ่ที่เหลาจนเรียว เขี่ยเอาเงินที่อยู่ในช่องออกมา ถ้าตู้ไหนมีสัญญาณเตือนภัยก็จะไม่เอา

เชื่อว่าผู้ต้องหาก่อเหตุมากกว่านี้ ในพื้นที่รอยต่อพื้นที่บช.ภ.7 จ.สมุทรสาคร โดยก่อเหตุเพียงคนเดียว อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม

นายอรุณสิทธิ์ ยังให้การอีกว่า หลบหนีคดีลักทรัพย์ มากบดานตามห้องเช่าย่านชานเมือง จ.สมุทรสาคร และจ.นครปฐม มีอาชีพเปิดร้านซ่อมรถมอเตอร์ไซค์เล็กๆ ในซอยสวนหลวง ย่านกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร แต่ระยะหลังติดยาบ้าและไอซ์ ต้องหามาเสพให้ได้ทุกวันๆ ละ 4-5 เม็ด หากไม่ได้เสพจะหงุดหงิดซ่อมรถไม่ได้

จึงขี่รถมอเตอร์ไซค์ลุยเดี่ยวตระเวนก่อเหตุงัดตู้เติมเงินมือถือ เลือกเฉพาะตู้สีเขียวแดงเพราะงัดแงะง่ายตามแหล่งชุมชนต่างๆ ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ส่วนใหญ่ในความรับผิดชอบของ บก.น.9 และจ.สมุทรสาคร บช.ภ.7 นำเงินไปซื้อยาเสพติดมาเสพ

การก่อเหตุแต่ละครั้งจะหยิบยืมรถมอเตอร์ไซค์ของคนรู้จัก หรือแอบเอารถที่ลูกค้าจอดไว้รอซ่อมมาถอดแผ่นป้ายทะเบียน บางครั้งจะทำการเปลี่ยนแปลงชุดสีรถด้วยเพื่อตบตาไม่ให้ถูกติดตามจับกุมได้ง่าย ก่อนหน้านี้ก่อเหตุแทบทุกวัน วันละ 2-3 ตู้ จนจำไม่ได้ว่าลงมือตรงจุดไหนบ้าง กระทั่งระยะหลังทราบข่าวตำรวจกำลังตามล่าตัวจึงลดความถี่ลง และเปลี่ยนห้องเช่าไปเรื่อยๆ โดยห้องเช่าล่าสุดที่ถูกตำรวจบุกเข้าจับกุม ก็เพิ่งเข้าไปขอเช่าอยู่ได้เพียงแค่ 2 วัน

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 ส.ค. สน.คลองตัน จับกุมผู้ต้องหาคดีทุบตู้เติม 3 ราย จากการขยายผลทราบว่าก่อเหตุประมาณ 10 กว่าตู้ บก.น.9 ก็จับนายอรุณสิทธิ์ ได้เพิ่มเติม ส่วนสน.ท่าข้าม ได้ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามจับกุม และเชื่อว่ายังมีผู้ต้องหารายอื่นอีก

หลังจากมีการประชุมบริษัทตู้เติมเงินโทรศัพท์ทั้งหมด 8 บริษัท เพื่อหามาตรการป้องกันเหตุไปแล้ว เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ยังไม่มีบริษัทใดแจ้งว่ามีตู้ถูกคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ คนร้ายก่อเหตุพื้นที่บช.น.จากนั้นไปก่อเหตุต่อพื้นที่บช.ภ.1 และบช.ภ.7 บช.ภ.1 ตู้เติมเงินถูกประทุษร้าย 1,000 กว่าตู้ ส่วนใหญ่จะเป็นตู้ที่ไม่มีมาตรการการป้องกันการประทุษร้ายต่อทรัพย์ เช่น ตู้ไม่มีเสียงเตือนภัย ไม่แข็งแรง ไม่มีกล้อง เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดจับกุมดำเนินคดีนายอรุณสิทธิ์ เพิ่มเติมในข้อหา ครอบครองยาเสพติดประเภท 1 ยาบ้าและไอซ์เพื่อจำหน่าย ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สน.แสมดำ ดำเนินคดีตามหมายจับคดีเก่า ส่วนข้อหาตามฐานความผิดงัดตู้เติมเงินมือถือ เชื่อว่านายอรุณสิทธิ์ ก่อเหตุมาไม่ต่ำกว่า 100 ตู้ จะประสานพนักงานสอบสวนท้องที่ต่างๆ ทั้งใน บช.น.และ บช.ภ.7 นำหลักฐานมาอายัดตัวดำเนินคดีต่อไป

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ ต้องซื้อเสพทุกวัน หนุ่มขี้ยา ตระเวนทุบตู้เติมเงิน ทั่วฝั่งธนฯ เชื่อทำมานับ100ครั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง