เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ธ.ค. ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดเดินรถโดยสารชั้น 3 ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ปรับปรุงใหม่ โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ ให้การต้อนรับ
สำหรับการปรับปรุงรถไฟโดยสารชั้น 3 นั้นเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตการเดินทางของประชาชนทางรถไฟให้มีความสะดวกสบาย รวดเร็ว สะอาดและปลอดภัย โดยการปรับปรุงในระยะแรกจำนวน 20 คัน เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน และจากนั้นจะทยอยปรับปรุงอย่างต่อเนื่องรวม 148 คัน ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการรถโดยสารโฉมใหม่เต็มรูปแบบ ในวันฉลองคล้ายวันสถาปนากิจการรถไฟฯครบรอบ 120 ปี ในวันที่ 26 มีนาคม 2560 ซึ่งคาดว่าจะสามารถปรับปรุงรถโดยสารชั้น 3 ได้ทั้ง 148 คัน ภายในเดือนธันวาคม 2560
โดยมีการปรับปรุงขบวนรถโดยสารชั้น 3 ที่พ่วงอยู่ในขบวนรถเร็ว 8 ขบวน ใน 4 เส้นทาง ซึ่งการปรับปรุงรถโดยสาร 1 คันใช้งบประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งมีการทำสีใหม่ทั้งภายในและภายนอก ปรับปรุงระบบน้ำใช้ ห้องน้ำและเครื่องสุขภัณฑ์ให้มีความสะอาด ปราศจากกลิ่นรบกวนระหว่างทาง ปรับปรุงประตู หน้าต่าง บานกระจกใหม่ ปรับปรุงสภาพพื้นในตัวรถให้มีความสะอาดแข็งแรง เปลี่ยนเบาะนั่ง พนักพิงใหม่ให้นั่งสะดวกสบาย ซ่อมแซมพัดลมให้ใช้งานได้ตามปกติทุกตัว โดยเบื้องต้นรถโดยสารที่ปรับปรุงใหม่จะนำไปต่อพ่วงกับรถไฟที่คิดค่าบริการ ก่อนจะขยายไปยังรถไฟฟรีต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า ดูความก้าวหน้าการปฏิรูปการรถไฟ เพราะทุกสิ่งของประเทศไทยมีการพัฒนาตามลำดับ แต่วันนี้รัฐบาลต้องลงมามอบนโยบายการปฏิบัติ ต้องดูในรายละเอียด ไม่ใช่สั่งงานอย่างเดียว และรัฐบาลพยายามรับฟังความเห็นของประชาชนเพื่อตอบสนองความต้องการ วันนี้ก็ถือเป็นความฝันในรอบ 60 ปีของการรถไฟและเป็นความฝันของตนด้วย นอกจากเรื่องของรถไฟแล้วยังต้องดูในเรื่องระบบขนส่งสาธารณะ รวมถึงการแก้ปัญหาการจราจร โดยรัฐบาลคิดทั้งระบบ ซึ่งทุกภาคส่วนต้องคิดตรงกัน ไม่เช่นนั้นก็จะไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ แต่วันนี้ถือว่าทุกคนเห็นตรงกันแล้ว ตนขอเน้นย้ำถึงความพอใจของประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ซึ่งที่ผ่านมามีการปรับปรุงรถไฟชั้นอื่นแล้ว ขอว่าอย่าลืมชั้น 3 เพราะผู้โดยสารรถไฟชั้น 3 ก็ต้องการรถใหม่ และสะอาด จึงต้องทำให้ประชาชนได้สัมผัสว่าเป็นรถไฟของทุกอาชีพ ในส่วนของรถไฟชั้น 1 นั้นถูกจองล่วงหน้ายาวถึง 6 เดือนแล้ว แสดงว่ามีการปรับปรุงที่ดีขึ้น ดังนั้น จึงต้องพัฒนาระบบขนส่งอย่างอื่นด้วย และเราต้องทำให้รถไฟไทยเป็นรถไฟสายประเทศ เป็นขบวนเดียวกันให้ได้ในอนาคต
“สิ่งสำคัญคือการสร้างความเข้าใจ วันนี้สิ่งที่เห็นในสื่อยังแสดงให้เห็นว่ามีความไม่เข้าใจว่ารัฐบาลคิดและทำอะไร จึงขอให้สร้างความเข้าใจใหม่ เพราะหลายอย่างยังอยู่ที่เดิมในแง่การรับรู้ และความเข้าใจ ซึ่งผมพูดคนเดียวไม่ได้ ต้องช่วยกันพูดว่ารัฐบาลทำเพื่อใคร รัฐบาลทำทั้งการปรับปรุงรถไฟเก่า และจัดหารถไฟใหม่ ซึ่งถือเป็นสิ่งใหม่ทั้งสิ้นเพราะหลายอย่างไม่เคยเกิดขึ้น ดังนั้น จึงเป็นความภาคภูมิใจขององค์กร ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยไปรังแกใคร แต่อยากให้มีชีวิตที่ดีขึ้น และขอให้ทั้งลูกจ้าง และสหภาพรวมมือกับรัฐบาล มองถึงผลประโยชน์ของประชาชน นอกจากนี้ ยังในวันข้างหน้าอยากให้มีการพัฒนาให้รถไฟวิ่งผ่านอุโมงค์ แล้วมีน้ำฉีดเพื่อล้างรถไฟ เพราะรถไฟเป็นยานพาหนะเดียวที่มีราคาถูกในระยะยาว ซึ่งในประเทศพัฒนาต่างๆ ก็พัฒนาจากม้าเป็นรถไฟ และรถไฟความเร็วสูง ส่วนไทยอาจจะพัฒนาได้ไม่ทัน แต่ก็ขอให้ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ซึ่งรัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนาตามระยะเวลาที่มีอยู่ และต้องนำพาทุกคนไปด้วยกันเพราะเป็นคนไทยทั้งสิ้น จึงขออย่าหลงเชื่อการบิดเบือน ขณะเดียวกันรัฐบาลได้เน้นย้ำในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส ต้องไม่มองว่าทุจริตตั้งแต่ต้น เว้นแต่มีหลักฐานต้องตรวจสอบ และไม่ต้องการให้ล่าช้า และไม่เคยรู้จักใครในกระบวนการซื้อขายรถไฟ ไม่มีญาติหรือพี่น้องที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ถึงมีก็ไม่ทำให้ เพราะต้องการทำให้คนไทย ดังนั้นเรื่องผลประโยชน์จะมาพูดกับผมไม่ได้” นายกรัฐมนตรีกล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า รถไฟความเร็วสูงจำเป็นต้องมี แต่ค่อยๆ พัฒนาไปตามขีดความสามารถที่เป็นธรรม วันนี้ขอมอบนโยบายว่าภายในปี 60 จะต้องมีที่จอดรถใต้ดินขนาดใหญ่เชื่อมโยงกับระบบรางรถไฟ และรถสาธารณะโดยเฉพาะในพื้นที่ธุรกิจ สถานที่ราชการ เพื่อการเชื่อมต่อ และแก้ปัญหาจราจรติดขัด เชื่อว่าภาคธุรกิจพร้อมร่วมมือ นอกจากนี้ อยากให้นำรถไฟโบราณมาวิ่งในบางเส้นทาง เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว วันนี้ทุกอย่างต้องใช้เวลา แก้ทั้งระเบียบและกฎหมาย ทำงาน 2 ปีผ่านมาจนกระทั่งมีวันนี้ และอย่าลืมว่าประชาชนต้องการอะไร ทุกคนคือคนไทยจึงต้องทำเพื่อคนไทย ทำหน้าที่ไม่ว่าจะรัฐบาลนี้ หรือรัฐบาลหน้า จึงขอให้วันหน้าได้รัฐบาลที่เหมาะสมก็แล้วกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เยี่ยมชมรถดีเซลรางจำนวน 4 คัน ที่การรถไฟฯดำเนินการนำขบวนรถท้องถิ่นในเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือมาปรับปรุงภายใน และภายนอก เพื่อส่งมอบให้ประเทศกัมพูชา ก่อนจะร่วมเดินทางด้วยขบวนรถโดยสารชั้น 3 ที่ปรับปรุงใหม่จากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปถึงป้ายหยุดรถโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อร่วมพิธีเปิดนิทรรศการในหลวง (รัชกาลที่9) กับการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดแสดงไว้ที่สถานีรถไฟหลวงจิตรลดา



