วินหื่น ยังให้การปฏิเสธ หลังลวงดญ.9ขวบขืนใจห้องน้ำวัด ตรวจพบสารเสพติดซ้ำ

ตำรวจสายไหม แจ้ง 5 ข้อหา วินหื่น ก่อเหตุลวงเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ไปขืนใจในห้องน้ำวัด ก่อนพระได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือและเข้าไปช่วยไว้ได้ทัน พบเป็นบุคคลตกสำรวจ ให้การวกวน คล้ายคนมีอาการทางสมอง เตรียมคุมตัวทำแผน

จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายใส่เสื้อวินจยย.รับจ้าง ลักษณะผมยาว ไว้หนวด ก่อเหตุลวงเด็กหญิง วัย 9 ขวบ ไปข่มขืนที่ห้องน้ำภายในวัดอยู่ดีบำรุงธรรม (วัดออเงิน) ถ.เพิ่มสิน แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ โดยขณะเกิดเหตุเด็กหญิงได้ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ เมื่อพระสงฆ์ได้ยินจึงคว้าท่อนเหล็กวิ่งไปช่วยเหลือไว้ได้ ต่อมาตำรวจสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สน.สายไหม อ่านข่าว : จับหนุ่มวินหื่น ลวง ด.ญ.9 ขวบไปขืนใจในห้องน้ำวัด พระได้ยินเสียงร้องคว้าเหล็กวิ่งไปช่วย

วินหื่น / ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่สน.สายไหม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังควบคุมตัว นายแอร์ ผู้ต้องหา กระทำอนาจารเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ไว้ภายในห้องควบคุมผู้ต้องหา โดยไม่มีญาติของนายแอร์เดินทางมาเยี่ยมแต่อย่างใด และคาดว่าในช่วงบ่ายวันนี้ จะนำผู้ก่อเหตุไปชี้จุด ที่ห้องน้ำวัดออเงิน ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าควรจะนำตัวผู้ก่อเหตุไปหรือไม่ เพื่อความปลอดภัย ก่อนจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาในช่วงเช้าวันที่ 21 ก.ย.นี้

ทั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาเมาแล้วขับ เนื่องจากได้ตรวจพบว่า มีปริมาณแอลกอฮอล์ สูงถึง 193 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ โดยแจ้งข้อหา กักขังหน่วงเหนี่ยว, พรากผู้เยาว์ , กระทำอนาจาร และเสพสารเสพติด (กัญชา) รวม 5 ข้อหา ขณะที่ตัวเด็กหญิงผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่กำลังประสานงานสหวิชาชีพเข้าร่วมสอบปากคำเด็กหญิงดังกล่าว

พ.ต.ท.ประพจน์ อนุศิริ รอง ผกก.สส.สน.สายไหม เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ ก็ได้ทำการสอบประวัติ โดยไม่พบว่ามีบัตรประชาชน จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การอ้างว่าชื่อ นายปัญญา แก้ววิลัย อายุ 45 ปี แต่เมื่อทำการตรวจสอบทะเบียนประวัติ พบว่าตรงกับเด็กชายคนหนึ่ง ก่อนที่ผู้ต้องหาจะบอกว่าตนเองชื่อ นายแอร์ ไม่ทราบนามสกุล

พ.ต.ท.ประพจน์ กล่าวต่อว่า เมื่อทำการตรวจสอบอีกครั้งก็ไม่พบหลักฐานข้อมูลทางทะเบียนราษฎร์ กระทั่งทราบว่า ผู้ต้องหาเป็นชาวจ.สุพรรณบุรี โดยแม่ของผู้ต้องหาไม่ได้แจ้งเกิด จึงเป็นเหมือนบุคคลตกสำรวจ ทำให้ไม่มีชื่อในสาระบบข้อมูลทะเบียนราษฎร์

รองผกก.สส.สน.สายไหม กล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำผู้ก่อเหตุ เหมือนเป็นคนมีอาการทางสมอง พูดจาวกไปวนมา โดยบอกว่าตนเองขับจักรยานยนต์รับจ้างอยู่บริเวณแยกวัดเกาะ จากนั้น ผู้เสียหายได้เดินทางมาขึ้นรถจักรยานยนต์ของตนเอง โดยแจ้งว่าให้ไปส่งที่ย่านสุขาภิบาล 5 เพื่อจะไปหาแม่ ซึ่งไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ อีกทั้ง เด็กหญิงคนดังกล่าวก็มักใช้บริการจักรยานยนต์รับจ้างอยู่เป็นประจำ กระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว

บทความก่อนหน้านี้ปลุกวิญญาณให้รู้สึกตัว! เร่งหา 4 ศพที่เหลือ เหยื่อน้ำป่าซัด ศูนย์อพยพแม่ละอูน
บทความถัดไปนาทีพ่อร่ำไห้ เปิดโลงดูศพ ‘น้องแอ๋ม’ บอกลูกยังสวยงาม เหมือนคนนอนหลับ