Khaosod
Online

วันอาทิตย์ ที่ 23 ก.พ. 2563

สำนักพระราชวังปิดสักการะพระบรมศพตี 4 ยอดประชาชนพุ่งกว่า 6 หมื่นคน

30 ธ.ค. 2559 - 16:01 น.

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 30 ธ.ค. ในการพระราชพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินเป็นวันที่ 78 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 29 ธ.ค.

โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ได้แก่ สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า องค์การคลังสินค้า ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) และสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมถึงเป็นเจ้าภาพในเวลา 10.30 น. และ 16.30 น.

ต่อมาเวลา 10.30 น. นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. หลังสำนักพระราชวังปิดการขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 04.45 น. ของวันที่ 30 ธ.ค. จากกำหนดเดิมเวลา 21.00 น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอกราบสักการะพระบรมศพเป็นจำนวนมาก โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 61,506 คน รวม 60 วัน มี 2,522,393 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,946,240.50 บาท รวม 60 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 202,600,065.25 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า วันนี้เป็นวันที่ 61 ที่มีพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 05.00-21.00 น. (ยกเว้นช่วงมีพระราชพิธีบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท) ซึ่งสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนกลุ่มแรกเข้าพระบรมมหาราชวังในเวลา 05.00 น. จากนั้นเวลา 08.00 น. ได้เปลี่ยนให้เข้าทางประตูมณีนพรัตน์ เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมพระบรมมหาราชวัง และวัดพระศรีรัตนศาสดารามทางประตูวิเศษไชยศรี โดยประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาเฝ้ารอต่อคิวเพื่อเข้าสักการะพระบรมศพตั้งแต่เช้ามืด ภายหลังเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพแล้ว สำนักพระราชวังแจกภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขนาด 5 คูณ 7 นิ้ว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พสกนิกรทุกคนเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ที่เต็นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

โดยแบ่งเป็นมื้อเช้าเวลา 07.00 น. ข้าวต้มหมูตุ๋น 1,500 ถ้วย กาแฟสด 2,500 แก้ว นมหนองโพ 2,000 กล่อง, มื้อกลางวันเวลา 11.00 น. ข้าวหอมมีลาภ(ลาบหมู) 1,000 จาน ข้าวอบเห็ดหอมกุนเชียง 1,000 จาน ผัดวุ้นเส้นไก่ยอราดข้าว 1,000 จาน กระเพาะปลาน้ำแดง 1,000 จาน, มื้อบ่ายเวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง ข้าวเหนียวหมูทอด-ไก่ทอด 1,000 ห่อ เฉาก๊วย 1,000 ถุง, มื้อเย็นเวลา 18.00 น. ข้าวเป็ดพะโล้-เป็ดย่าง 3,000 ชุด โดยมีน้ำดื่มสมุนไพร 700 ลิตร และน้ำดื่มให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

นางปราณี บุญทรัพย์ อายุ 60 ปี

ขณะที่เต็นท์หน่วยแพทย์พระราชทาน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในท้องสนามหลวง ด้านทิศเหนือ ฝั่งศาลฎีกา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงห่วงใยในพสกนิกรที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงทรงมีรับสั่งให้มีหน่วยแพทย์พระราชทานมาดูแลสุขภาพประชาชนเป็นประจำทุกวัน ต่อเนื่องจนครบ 100 วัน โดยวันนี้มีหน่วยแพทย์ พยาบาล และเภสัชกร จากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ รวม 13 คน มาตรวจรักษาและให้บริการทางการแพทย์

เรืออากาศโทหญิง จุฑาธิป มาสันเทียะ อายุ 31 ปี และเรืออากาศโทหญิง ธัญญารัตน์ เพชรวุฒิ

นอกจากนี้ หน่วยแพทย์พระราชทาน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้ร่วมมือกับกรมการแพทย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และภาคี จัดกิจกรรมแสงส่องไทย ด้วยรักจากใจมอบให้ผู้สูงอายุในโครงการ "คนไทยต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน" ร่วมมอบแว่นตาแด่สูงอายุ ซึ่งจะมีทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสายตา พร้อมเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) มาให้บริการตรวจสุขภาพ วัดสายตาประกอบแว่นให้แก่ผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่เข้าร่วมโครงการฯ และที่เดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยวันนี้เป็นวันสุดท้าย ซึ่งจะมอบแว่น จำนวน 800 อัน

นางโสภณ ถือพุทธ และครอบครัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวันที่ 1 ม.ค.2560 สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 07.30-17.00 น. และงดการถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นเวลา 1 วัน สำหรับเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังคงมีตามปกติ

น.ส.รัชนี พิมสุข อายุ 37 ปี และครอบครัว

นอกจากนี้ ยังเปิดให้ประชาชนร่วมถวายพระพรตามพระตำหนักต่างๆ ตามต่างจังหวัดด้วย ได้แก่ 1.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ 2.ภูพานราชนิเวศน์ จ.สกลนคร 3.ทักษิณราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.นราธิวาส 4.พระที่นั่งวโรภาษพิมาน พระราชวังบางปะอิน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา 5.พระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม 6.พระตำหนักประทับแรม อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช 7.สำนักงานวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่เวลา 07.30-17.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.14 น. วันที่ 29 ธ.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมศพ ทรงกราบหน้าพระบรมโกศพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าแท่นเตียงพระสวดพระอภิธรรม ทรงคม

แล้วประทับพระราชอาสน์พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร รวม 8 รูป สวดพระอภิธรรม ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประชาชนขึ้นมายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชระหว่างที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลด้วย

นางปราณี บุญทรัพย์ อายุ 60 ปี ชาว จ.มุกดาหาร กล่าวว่า ตนกับครอบครัว รวม 4 คน เดินทางจาก จ.มุกดาหาร มาเข้าคิวที่สนามหลวงตั้งแต่เวลา 05.00 น. และได้เข้าสักการะประมาณ 11.30 น. แม้จะรอนานก็ไม่รู้สึกเหนื่อยหรือท้อ เพราะตั้งใจว่าจะมากราบสักการะพระบรมศพให้ได้ เมื่อเข้าไปก็รู้สึกดีใจมาก ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมาได้ถึงขนาดนี้ หลังจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสวรรคต ตนก็ระลึกถึงพระองค์เสมอ พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ดีมาก ทรงพระราชทานโครงการต่างๆ และเสด็จพระราชดำเนินไปช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศ ที่ไหนแห้งแล้งก็มีน้ำได้ อย่างโครงการฝนเทียม แก้มลิง และเขื่อน ตนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทยอย่างหาที่สุดไม่ได้ ส่วนตัวได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต โดยใช้จ่ายอย่างประหยัด อยู่อย่างพอมีพอกิน ไม่ฟุ่มเฟือย

“เมื่อประมาณ 30 ปีก่อน เคยมีโอกาสได้รับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 ขณะเสด็จพระราชดำเนินไปแปรพระราชฐานที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จ.สกลนคร เห็นพระองค์โบกพระหัตถ์ทักทายประชาชนที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จตลอดสองข้างทาง นับเป็นความปลาบปลื้มและประทับใจที่สุดในชีวิต เมื่อนึกถึงทีไรก็มีความสุขทุกครั้ง ขณะกราบสักการะพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ก็ได้อธิษฐานขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย สำหรับพระบรมฉายากลักษณ์ที่ได้รับพระราชทานในวันนี้ ดิฉันจะนำไปใส่กรอบเก็บไว้บูชา ถ้ามีโอกาสก็จะกลับมากราบสักการะพระองค์อีก” นางปราณี กล่าวอย่างตื้นตัน

ด้าน น.ส.รัชนี พิมสุข อายุ 37 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า ตนพร้อมสามีและลูก เดินทางจาก จ.สมุทรปราการ มาถึงสนามหลวงประมาณ 04.00 น. และได้เข้าสักการะพระบรมศพเวลา 11.30 น. แม้จะรอนานแค่ไหนก็รอได้ รู้สึกปลาบปลื้มและภูมิใจมากที่ได้มาวันนี้ ตนเคยมีโอกาสรับเสด็จตอนอยู่ชั้น ป.4 โรงเรียนราชประชาสมาศัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตอนนั้นรู้สึกดีใจมาก นึกถึงครั้งใดก็รู้สึกตื้นตันทุกครั้ง แม้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะสวรรคตแล้ว ตนก็จะขอจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ตลอดไป แม้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจะทรงเป็นถึงพระมหากษัตริย์ แต่พระองค์ก็ยังทรงงานหนักเพื่อประชาชน ซึ่งโครงการพระราชดำริทุกโครงการสามารถจับต้องได้ เห็นผลเป็นรูปธรรม และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ในจังหวัดของตนก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ "คลองลัดโพธิ์" ทำให้น้ำท่วมน้อยลง ส่วนตัวได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตและจะสอนให้ลูกเดินตามรอยพระยุคลบาท

ส่วนนางโสภณ ถือพุทธ ชาว จ.นครศรีธรรมราช เดินทางมาพร้อมลูก 2 คน กล่าวว่า ตนเดินทางมาถึงบริเวณสนามหลวงตั้งแต่เวลา 02.30 น. เห็นคนมารอต่อแถวบริเวณหน้าประตูทางเข้ารอบสนามหลวงเป็นจำนวนมาก แต่ไม่รู้สึกท้อเพราะมาด้วยใจ จริงๆ อยากมาตั้งแต่ได้ทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของพระองค์ แต่เวลาหยุดของลูกไม่ตรงกัน จึงตั้งใจมากราบพระองค์เพื่อให้ทันก่อนขึ้นปีใหม่ ตนซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อคนไทยอย่างหาที่สุดมิได้ โดยเฉพาะชาวนครศรีธรรมราชที่ประสบเหตุวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเมื่อครั้งที่ตนยังเด็กและจัดตั้งโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ป้องกันการเกิดน้ำท่วมในพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนของชาวบ้าน ทำประตูน้ำระบายและกั้นน้ำจืดน้ำเค็ม ช่วยให้ความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขึ้น

ขณะที่เรืออากาศโทหญิง จุฑาธิป มาสันเทียะ อายุ 31 ปี พร้อมด้วยเรืออากาศโทหญิง ธัญญารัตน์ เพชรวุฒิ พยาบาลแผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เขตสายไหม กรุงเทพฯ ที่มาต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังมาให้บริการปฐมพยาบาลแก่ประชาชนที่มาต่อแถวบริเวณประตูพิมานไชยศรี ในพระบรมมหาราชวัง ร่วมกันกล่าวด้วยความตื้นตันว่า โรงพยาบาลภูมิพลฯ ได้ส่งพยาบาลเวียนกันมาดูแลประชาชน ซึ่งพวกตนมาเข้าเวรที่นี่เป็นครั้งแรก รู้สึกภูมิใจที่เห็นประชาชนจำนวนมากมาด้วยหัวใจหนึ่งเดียว

จากที่พบประชาชนมาขอใช้บริการ อยากแนะนำว่า ประชาชนต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารมาแต่พอเพียง เพราะบางคนกอนมาเยอะ เมื่อต้องเดินก็จะเกิดอาการแน่นท้อง ที่สำคัญควรสวมเสื้อผ้าที่พอดีกับร่างกาย เพราะบางคนเลือกใส่เสื้อผ้ารัดแน่นมา พอมายืนหรือนั่งต่อแถวก็อึดอัดหายใจไม่สะดวก สุดท้ายก็เป็นลม นอกจากนี้ คนที่รองเท้าคัทชูกัดก็ขอให้ลองสวมใส่ให้ชินก่อนมา หรือเอาวาสลีนมาทาบริเวณขอบแล้วตากแดด

“แม้เพิ่งออกเวรจากโรงพยาบาลมาทำหน้าที่ตรงนี้ และต้องกลับไปเข้าเวรต่อ แต่ก็ภูมิใจมากที่ได้ทำ เพราะพวกเราทำงานในโรงพยาบาลที่มีชื่อพระนามของพระองค์ เวลาเรียกกันภายในก็จะเรียกกันว่าลูกพ่อหลวง ถือเป็นความภูมิที่สุดในชีวิต แม้งานพยาบาลจะเหนื่อย มีท้อบ้าง แต่คนไข้จำเป็นต้องมีเราก็เป็นหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งพระองค์ทรงงานมาหนักกว่าเราเยอะ และเป็นแรงบันดาลใจให้ยืนหยัดทำงานต่อไป” ร.ท.หญิงจุฑาธิป และร.ท.หญิง ธัญญารัตน์ เล่าด้วยรอยยิ้ม


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ สำนักพระราชวังปิดสักการะพระบรมศพตี 4 ยอดประชาชนพุ่งกว่า 6 หมื่นคน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง