บุกสำนักสงฆ์! เก็บหลักฐานมัดแก๊งออฟโรดปลัด เจอซากคล้ายหมีขอเกลื่อน
จากกรณี เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี จับกุม นายวัชรชัย สมีรักษ์ อายุ 41 ปี ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่อส. 2 นาย และพวกรวม 11 คน ขณะขับรถออฟโรด 6 คัน อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค โดยพบซากหมีขอที่ตัดแยก 4 ขา ปืนไรเฟิลติดกล้อง โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เข้าป่าไปล่าสัตว์ ขณะที่ นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าฯกาญจนบุรี สั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง และให้นายวัชรชัย กับอส. 2 นาย ออกจากราชการไว้ก่อน
ความคืบหน้าเรื่องนี้ วันที่ 8 ต.ค. ที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค พร้อมตำรวจ ทหาร และกองพิสูจน์หลักฐานภาค7 ร่วมกันเดินทางไปตรวจเก็บพยานหลักฐาน ที่สำนักสงฆ์ กลางป่า ตามที่นายวัชรชัย อ้างว่ามาทำบุญ โดยใช้เวลาเดินทางนานกว่า 8 ชั่วโมง จากระยะทางประมาณ 90 ก.ม. โดยเส้นทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องผ่านป่าดิบชื้นและลำธารกว่า 30 สายถึงจะเข้าไปถึงสำนักสงฆ์
จากการตรวจสอบ พบ ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. ชิ้นส่วนของสัตว์ คล้ายกับฟันกราม, กระดูก, ชิ้นเนื้อ, ขนสัตว์สีดำ ลักษณะที่พบคล้ายกับชิ้นส่วนของ“หมีขอ” นอกจากนั้นยังพบมีดพร้า มีเนื้อสัตว์ติดอยู่ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงได้เก็บรวบรวมไว้นำไปตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเป็นชิ้นส่วนของ“หมีขอ”ตัวเดียวกับที่พบชิ้นส่วนขา 4 ขาจากขบวนของปลัดหรือไม่
ด.ต.เรืองรอง สิทธิวงศ์ รรท.ผบ.หมวด ร้อยตชด.ที่ 1362 กล่าวว่า เห็นกลุ่มออฟโรด 6 คัน เข้ามาเวลา 14.00 น.วันที่ 6 ต.ค. เจ้าหน้าที่ได้ตรวจตามปกติ โดยมีชายชื่อ “ออย” ซึ่งเคยมาที่ยวอุทยานแห่งชาติไทรโยคบ่อย เป็นคนพาคณะออฟโรดมา และชี้แจงว่าจะพาไปทำบุญที่สำนักสงฆ์กลางป่า โดยขออนุญาตเข้าพื้นที่ไปกางเต็นท์ที่สำนังสงฆ์ ซึ่งตามปกติหากจะเข้าไปในพื้นที่สำนักสงฆ์ได้ จะต้องขออนุญาตทุกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ทราบว่ามีการขออนุญาตแล้วจึงปล่อยให้เข้าไป โดยภายในรถเห็นมีเด็กและผู้หญิงอยู่ด้วย จึงไม่ได้ตรวจอย่างละเอียด
ขณะที่นายสมบัติ สงวนศักดิ์ หัวหน้าหน่วย พิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ทย.6 เขาพลู กล่าวว่า วันที่ 4 ต.ค.นายออย โทร.มาหาตนสอบถามกันตามปกติ และถามว่าจะเข้ามาที่อุทยานหรือไม่ ตนตอบว่าน่าจะไม่ได้เข้า เพราะวันที่ 6 ต.ค.มีประชุม จากนั้นนายออยบอกว่าจะเข้ามาเที่ยว แต่ไม่ได้แจ้งมาว่าจะเข้ามาเที่ยววันไหน ตนคิดว่านายออย น่าจะโทร.มาเพื่อหลอกถาม ว่าวันที่ 6 ต.ค. หัวหน้าอุทยานจะอยู่หรือไม่ เมื่อทราบว่าไม่อยู่ จึงได้พาคณะออฟโรดเข้ามา โดยตนและนายออย รู้จักกันเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว แต่ไม่ทราบว่านายออยนั้น เป็นเจ้าหน้าที่อส.
วันเกิดเหตุ เมื่อทราบว่าคณะออฟโรดเดินทางเข้าไปในพื้นที่ เพื่อจะไปสำนักสงฆ์ เจ้าหน้าที่เห็นถึงความผิดปกติ เพราะนายออยแจ้งว่าจะคุยกับหน้าหน้าเอง เจ้าหน้าที่จึงได้รีบโทร.หาหัวหน้าอุทยาน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง เมื่อทราบว่าคณะออฟโรดมีพฤติกรรมคล้ายกับเข้ามาล่าสัตว์ จึงได้รวมตัวกันและดักรอคณะด้านล่าง เมื่อพบจึงแสดงตนเรียกตรวจค้น โดยรถคันที่ 5 พบซากสัตว์ป่าสงวน เป็นเท้าหมีขอ 4 เท้า น้ำหนักรวม 9.8 ขีด
“ปืนไรเฟิล .22 CZ กระสุน 30 นัด พร้อมอุปกรณ์เก็บเสียง ปืนสั้นขนาด 9 ม.ม 2 กระบอก กระสุน 40 นัด และกระสุนขนาด 5.56 ที่ใช้กับปืนเอ็ม 16 จำนวน 20 นัด มีดอีโต้ 2 อัน มีดครัว 3 อันพร้อมเขียง เมื่อเจ้าหน้าที่จะขอตรวจค้นตัวนายออย ก็ได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่อส. ส่วนอีกคนแสดงตัวเป็นปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้นตัว จากการสอบถามนายออย ถึงกรณีมีเท้าหมีขอ ภายในรถนายออย อ้างว่าซื้อมาจากชาวบ้านราคา 100 บาทนั้น
ไม่เป็นความจริงแน่นอน เพราะเส้นทางที่ขึ้นไปยังสำนักสงฆ์นั้นจะต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้น หลังจับกุมไม่ได้ทำให้เจ้าหน้าที่รู้สึกวิตกกังวลแต่อย่างใด หลังจากนี้จะมีมาตรการการตรวจค้น เข้า-ออกอย่างเคร่งครัด ส่วนกรณีหากมีการอ้างชื่อว่าเป็นคนอนุญาตนั้น จะให้เจ้าหน้าที่กักตัวไว้จนกว่าบุคคลที่กล่าวอ้างจะมาถึง เพื่อป้องกันการอ้างชื่อและทำให้เสียชื่อเสียง”
ส่วนผู้ดูแลสำนักสงฆ์ กล่าวว่า คณะออฟโรดเดินทางมาถึงวัดประมาณ 19.00 น. จากนั้นกางเต็นท์นอนบริเวณด้านหน้า โดยเตรียมอาหารมาทำกินเอง ในช่วงกลางคืนเห็นนั่งคุยกันหน้าเต็นท์ ก็ไม่พบพิรุธใดๆ ต่อมาเวลา 07.00 น. ได้นำข้าวสารอาหารแห้งมาถวายพระ โดยตนดูแลวัดนี้มานานกว่า 2 ปี ไม่เคยเห็นหน้าของคณะรถออฟโรดมาก่อน ยืนยันว่าไม่เคยรู้ว่าคณะรถออฟโรดจะเข้ามาล่าสัตว์



