จากกรณีเมื่อวันที่ 17 ม.ค. มีรายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุคำสั่งด่วนถึงกองบัญชาการตำรวจภาค 5 ให้ออกติดตามตัว นายฟรายเฟอร์ ซเดเน็คอายุ 52 ปี สัญชาติเช็ก เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของตำรวจสากลในฐานะอาชญากรข้ามชาติ มีข้อมูลยืนยันว่านายฟรายเฟอร์ก่อคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กแล้วหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในเมืองไทย จากนั้นเดินทางไปท่องเที่ยวที่จ.เชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงทางภาคเหนือ โดยมีข้อมูลว่านายฟรายเฟอร์มีพฤติการณ์ในการแพร่เชื้อเอดส์ให้กับผู้ชายและหญิงไทย โดยเบื้องต้นพบว่าขณะนี้มีผู้ชายและผู้หญิงไทยจำนวนหลายรายที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเอดส์ หลังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนายฟรายเฟอร์ ทั้งนี้ตำรวจได้ขึ้นบัญชีดำนายฟรายเฟอร์เป็นบุคคลอันตราย

ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 17 ม.ค.พลเมืองดีได้แจ้งไปยัง สภ.ถลาง จ.ภูเก็ตว่าพบชายชาวต่างชาติที่มีรูปพรรณใกล้เคียงกับนายฟรายเฟอร์ ซเดเน็ค อายุ 52 ปี สัญชาติเช็กที่ถูกประกาศตามหาตัวขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น PCX สีขาวเข้ามาจอดที่ลานจอดรถห้างเทสโก้โลตัส สาขาถลาง ถ.เทพกระษัตรี ต.เทพกระษัตรี อ.ถลางแล้วเดินเข้าห้องน้ำของห้าง โดยมี ด.ต.สุธี มณีสิงห์ ผบ.หมู่งาน จร.สภ.ถลางซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ใกล้ห้างดังกล่าวรุดไปยังจุดที่ได้รับแจ้ง

จากนั้น ด.ต.สุธีได้เดินตามเข้าไปยังห้องน้ำ และพบกับชายชาวต่างชาติต้องสงสัยดังกล่าวที่มีรูปพรรณใกล้เคียงกับนายฟรายเฟอร์ จึงขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง เบื้องต้นชายดังกล่าวอ้างว่าเป็นคนอิตาลี ไม่ใช่คนเช็ก

จากนั้น ด.ต.สุธีได้พาตัวมาที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของห้าง เนื่องจากชายดังกล่าวอ้างว่าได้ฝากกระเป๋าไว้ จากนั้นจึงยึดกุญแจรถจยย.ไว้พร้อมกับได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพหน้าตรงไว้เป็นหลักฐาน เพื่อส่งตรวจสอบรูปพรรณตรงตามข้อมูลหรือไม่พร้อมกับวิทยุแจ้งกลับไปยัง สภ.ถลางและขอกำลังเสริม แต่ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ทุกนายติดภารกิจ จึงยังไม่มีเจ้าหน้าที่นายใดเดินทางไปสมทบที่ลานจอดรถของห้างดังกล่าว

ขณะเดียวกันบังเอิญ ด.ต.สุธีเกิดอาการปวดท้องหนักจำเป็นที่จะต้องเข้าห้องน้ำอย่างเร่งด่วน จึงสั่งให้ชายต้องสงสัยยืนรออยู่ที่เคาน์เตอร์ แต่เมื่อออกมาปรากฎว่าทั้งรถและชายต้องสงสัยได้หายตัวไปแล้ว ซึ่งคาดว่าชายดังกล่าวมีกุญแจสำรองของรถ จยย. จึงสามารถหลบหนีไปได้ เบื้องต้น ด.ต.สุธีคาดว่าชายต้องสงสัยดังกล่าวอาจเป็นนายฟรายเฟอร์ที่ทางการต้องการตัว โดยได้ประสานไปยังสภ.ถลางให้ประสานพื้นที่ใกล้เคียงให้เร่งติดตามตัว

ล่าสุด เมื่อเวลา 21.30น.แจ้งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เชิงทะเลอำเภอถลางสามารถควบคุมตัวได้แล้วและกำลังนำไปตรวจค้นภายในห้องพักบริเวณซอยบางเทา 9 ตำบลเชิงทะเลอำเภอถลางก่อนส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองควบคุมตัวและส่งกลับประเทศต่อไป

ด้าน พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา สบ.10 สั่งการให้มีการบูรณาการกำลังประกอบด้วย ตำรวจจาก ศูนย์ป้องกันปราบปรามอัชญากรรมข้ามชาติ ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าจับกุมนาย ซเดเน็ค ไฟเฟอร์ สัญชาติเช็ก หนังสือเดินทางหมายเลข 39646957 ที่อพาร์ตเมนต์เช่าแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต โดยกล่าวหาว่า อยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 นำส่ง สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเพื่อดำเนินคดี

การจับกุมคนร้ายรายนี้สืบเนื่องมาจากในเดือนธันวาคม 2559 ตำรวจสากลประเทศไทยได้รับแจ้งจากองค์การตำรวจสากลสากล และตำรวจสากลแห่งสาธารณรัฐเช็กว่า คนร้ายรายนี้ติดเชื้อเอชไอวี และมีพฤติการณ์รักร่วมเพศ โดยแพทย์ผู้รักษาให้เข้ารับการบำบัดรักษาตัวอย่างจริงจังและหยุดการมีเพศสัมพันธ์ แต่คนร้ายได้หลบหนีออกจากประเทศสาธารณรัฐเช็กแล้วได้มีเพศสัมพันธ์ในลักษณะรักร่วมเพศอย่างต่อเนื่อง โดยบางครั้งได้นำภาพการรักร่วมเพศของตัวเองนั้นออกเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตอีกด้วย

หลังจากได้รับการประสาน พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา หัวหน้าตำรวจสากลประเทศไทยได้นำเรียน พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รอง ผบ.ตร. ซึ่งควบคุมกำกับดูแลศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งต่อมา พล.ต.อ. วุฒิ ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

จึงทราบว่า คนร้ายนี้เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2559 แต่ไม่ทราบว่าพักอาศัยอยู่ที่ไหน จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งรีบประสานงานโรงแรมที่พักบ้านเช่าในพื้นที่ของตัวเองให้ทราบเป็นข้อมูลเพราะคนร้ายติดเชื้อเอชไอวี พร้อมให้ทำการสืบสวนไล่ล่าตัวด้วย จากนั้นนำเรียนเหตุการณ์ทั้งหมดให้ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบ ซึ่งต่อมาผบ.ตร.ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา สบ.10 ตร. ในฐานะรองผู้อำนวยการ ศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติให้รับผิดชอบการสืบสวนติดตามคนร้ายรายนี้

ต่อมาวันที่ 17 ม.ค. จากการสืบสวนของ พล.ต.อ.สุชาติ ทราบว่า คนร้ายพักอาศัยโดยเช่าบ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต จึงได้สั่งการให้มีการบูรณาการกำลังจากศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สืบสวนตรวจสอบค้นหา จนสามารถเข้าควบคุมตัวคนร้ายข้ามชาติรายนี้ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่ง ตรวจสอบแล้วพบว่า คนร้ายอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้แจ้งข้อหา จับกุมส่งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองดำเนินคดีในที่สุด ซึ่งในส่วนของการประสานงานกับตำรวจสากล ของสาธารณรัฐเช็กได้สั่งการให้ตำรวจสากลประเทศไทยดำเนินการต่อไปหลังจากเสร็จสิ้นการดำเนินคดี

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน