เชื่อคนใกล้ชิด! ลุยเช็กวงจรปิดล่า “ไอ้โม่ง” ยิง “เจ๊ยุ เขียงเนื้อ” พบปมสงสัยเพิ่ม

ตำรวจปูพรมล่า ไอ้โม่ง ยิง เจ๊ยุ เขียงเนื้อ เมืองขอนแก่น กวาดทอง 25 บาท เงินสดครึ่งล้าน คุมตัวน้องชายผัว เค้นสอบข้ามคืน หลังพยานวัย 4 ขวบ ยืนยันเป็นคนยิง ด้าน ตำรวจเชื่อคนร้ายเป็นคนใกล้ชิด พบเงินที่ถูกปล้น เป็นเงินที่เพิ่งขายวัวได้

จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายบุกยิง นางยุพาพร บุราญรัตน์ อายุ 44 ปี หรือ “เจ๊ยุ เขียงเนื้อ” เจ้าของเขียงเนื้อชื่อดังในพื้นที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ภายในบ้านพัก บ้านโนนข่า ต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนขโมยเอาทรัพย์สินเป็นทองคำรูปพรรณและเงินสดหลบหนีไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว : เค้นสอบน้องผัว! พันคดีบุกปล้นยิงหัว‘เจ๊ยุ เขียงเนื้อ’กวาดทอง48บาท-เงินครึ่งล้าน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผกก.สภ.บ้านไผ่ พร้อมด้วย พ.ต.ต.เจษฎา แปงการิยา สว.สส.สภ.บ้านไผ่ ได้ประชุมร่วมทีมสืบสวนสอบสวนชุดคลี่คลายคดีดังกล่าว โดย พ.ต.ต.เจษฎา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีพยานที่เห็นเหตุการณ์คือหลานชายวัย 4 ขวบ ซึ่งขณะนี้ทีมสหวิชาชีพได้เข้ามาทำการร่วมสอบสวนแล้ว โดยพยานยืนยันว่า คนที่ยิงนางยุพาพร คือ น้องชายสามีของนางยุพาพร

พ.ต.ต.เจษฎษ กล่าวต่อว่า ซึ่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปควบคุมตัว น้องชายของสามีนางยุพาพร มาทำการสอบสวนแล้ว ซึ่งการสอบสวนตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ยังให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆทั้งสิ้น โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงควบคุมตัวไว้ที่ สภ.บ้านไผ่ เนื่องจากเป็นบุคคลที่พยานยืนยันชัดเจน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

พ.ต.ต.เจษฎา กล่าวอีกว่า ชุดสืบสวนร่วม บก.สส.ภ.4, ภ.จว.ขอนแก่น และ สภ.บ้านไผ่ ยังคงลงพื้นที่เพื่อสืบสวนสอบสวนพยานแวดล้อม ว่ามีใครได้ยินเสียงปืนหรือพบบุคคลต้องสงสัยเข้าไปในบ้านก่อเกิดเหตุหรือไม่ พร้อมทั้งจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี เพราะขณะนี้คนร้ายที่ยังหาตัวไม่พบ คือบุคคลที่พยานให้การว่า มีผ้าปิดบังใบหน้า ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายรายนี้จะนำทรัพย์สินติดตัวไปทั้งหมด

จากการการสอบสวน น้องชายของสามีนางยุพาพร ยังให้การวกวน เพราะหลังเกิดเหตุให้การว่า เพิ่งขายวัวไป 15 ตัว เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ในราคา 450,000 บาท เมื่อเกิดเหตุชิงทรัพย์ปรากฏว่าเงินหายไปหมด รวมทั้งทองรูปพรรณที่นางยุพาพรสวมใส่ น้ำหนักรวม 40 บาท ก็ได้หายไปด้วย แต่เมื่อตรวจสอบและสอบสวนอย่างละเอียดแล้ว พบว่า ทองรูปพรรณที่นางยุพาพรใส่มีเพียง 25 บาท คือ สร้อยคอหนัก 10 บาท กำไลข้อมือข้างซ้ายหนัก 10 บาท และกำไลข้างขวาหนัก 5 บาท รวมน้ำหนักทั้งสิ้น 25 บาท แหวน 2 วง น้ำหนักวงละ 1 บาท

พ.ต.ต.เจษฎา กล่าวว่า ซึ่งคนร้ายถอดเอาแหวนไปไม่ได้ และยังพบเงินสด 560,000 บาท ในตะกร้าที่นางยุพาพรใส่เงินไว้วางอยู่ในห้องนอน ซึ่งสามีก็ยืนยันว่า เงินที่พบน่าจะเป็นเงินที่ขายของได้ ภรรยายังไม่เอาเข้าธนาคาร โดยสามีของนางยุพาพรยืนยันว่า คนร้ายได้เงินสดที่ขายวัวไปจริงๆ

“ตำรวจยังไม่สามารถปล่อยตัวสองคนพี่น้อง คือสามีและน้องสามีของเจ๊ยุไปได้ เพราะเป็นบุคคลต้องสงสัยมากที่สุดในขณะนี้ ขณะที่การลงมือก่อเหตุของคนร้ายนั้น ไม่มีรอยงัดแงะ ไม่มีรอยรื้อค้น แต่มีร่องรอยการต่อสู้ จึงเชื่อว่าคนร้ายเป็นคนใกล้ชิดกับครอบครัวเจ๊ยุ เพราะเป็นที่น่าสังเกตว่าคนร้ายทราบได้อย่างไรว่าเงินที่ขายวัวเก็บไว้จุดใด ทำไมจึงเจาะจงเอาเงินส่วนนั้นเพียงส่วนเดียว โดยเงินในตะกร้าไม่หยิบไปด้วย” พ.ต.ต.เจษฎา กล่าว

พ.ต.ต.เจษฎา กล่าวด้วยว่า อีกทั้งน้องของสามีนางยุพาพรนั้น เป็นคนที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวมานาน ระยะหลังนางยุพาพรไม่ให้อยู่ด้วย จึงกลับไปอยู่ที่บ้านที่ห่างออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร และที่สำคัญคือเป็นบุคคลที่พยานยืนยันว่า ยิงนางยุพาพร จึงต้องกักตัวไว้ก่อน จนกว่าการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนจะเรียบร้อยว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงจะปล่อยตัวไป

บทความก่อนหน้านี้แฝดโหด ชักลูกซองยิงอริ ต่อหน้าพ่อ ปมแค้นเรื่องส่วนตัว ก่อนเหยื่อสิ้นใจที่รพ. 
บทความถัดไปตรวจหวย! คลิกทันที รางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล ใครจะเป็นเศรษฐีงวดส่งท้ายปี