วันที่ 29 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 28 มกราคม ร.ต.อ.ประสงค์ พยัคฆา รอง.สว.(สอบสวน) สภ.ดอนพุด จ.สระบุรี รับแจ้งเหตุว่า มีกระบะชนเหล็กรางรถไฟซึ่งรถเทรลเลอร์บรรทุกมา ตัวเหล็กรางรถไฟยื่นออกมาจากตัวรถ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บนถนนสายท่าเรือ-โพธิ์พระยา หมู่ที่ 2 ต.ดอนพุด อ.ดอนพุด จ.สระบุรี รุดไปที่เกิดเหตุเป็นถนนเลนเดียวรถวิ่งสวนทางเจ้าหน้าที่ พบรถกระบะโตโยต้าสีบรอนซ์ ทะเบียน บย-5816 สระบุรี ด้านหน้าหัวเก๋งพังยับ ชนเหล็กรางรถไฟที่รถบรรทุกเทรลเลอร์ ทะเบียน ตัวแม่ 60-3747 กทม. ส่วนตัวลูกทะเบียน 70-9114 สงขลา บรรทุกมาเต็มคัน
โดยตัวท่อนเหล็กรางรถไฟนั้นโผล่เลยตัวกระบะ ทำให้สภาพรถกระบะ ตัวเก๋ง พังยุบหลังคาเปิดไปถึงท้ายกระบะ ในรถเจ้าหน้าที่ พบร่าง นายสุเนตร วงศ์เหมือน อายุ 50 ปี เสียชีวิตที่เบาะคนขับ ส่วน เบาะด้านซ้าย พบร่างนางสาววรนุช ศรีหิรัญ อายุ 33 ปี เสียชีวิตคาเบาะ มีผู้บาดเจ็บ อีก 3 ราย ที่นั่งมาในรถกระบะได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งโรงพยาบาลดอนพุดและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เพิ่มอีก 2 คน ทราบชื่อ นางจำเนียร วงศ์เหมือน อายุ 50 ปี และ เด็กชายสถาพร โพระดก อายุ 4 ขวบ ส่วนอีกคน บาดเจ็บทราบชื่อ คือ นางกาหลง วงศ์เหมือน อายุ 49 ปี อาการสาหัส
สอบสวนนายสายัญ อนุศรี อายุ 35 ปี คนขับรถบรรทุกเทรลเลอร์ ไม่ได้หลบหนีไปไหน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเองขับรถบรรทุกเหล็กรางรถไฟจะมาส่งที่โกดังแห่งหนึ่งที่ อ.ดอนพุด จ.สระบุรี ขณะขับมาตามถนน โพธิ์พระยา-ท่าเรือ ที่เกิดเหตุ จากนั้นได้เลี้ยวขวาจากถนนดังกล่าวเพื่อเข้าไปในโกดังที่อยู่ริมถนน แต่เมื่อตนหันหัวรถเข้าไป พบว่าประตูโกดังปิดอยู่ ตนจึงจอดรถเพื่อจะลงไปหายามเฝ้าประตูที่โกดัง เพื่อขอให้เปิดโกดังนำเหล็กเข้าไปในโกดัง
ระหว่างยืนคุยกับยาม ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นที่ท้ายรถ จึงวิ่งมาดูพบว่ามีรถกระบะชนเสยเข้าที่เหล็กรางรถไฟที่ยาวยื่นออกไปจากตัวรถบนถนน จนมีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนทราบว่าในเบื้องต้น รถของผู้ตายได้วิ่งพาญาติพี่น้องขับออกมาจาก อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี จะไปทำธุระที่ อ.อ่างทอง ขณะวิ่งมาตามเส้นทางดังกล่าวเป็นทีมืดไม่มีไฟส่องสว่าง คาดว่าจะมองไม่เห็นเหล็กรางรถไฟของรถบรรทุกเทรลเลอร์ที่ยื่นโผล่ออกมาจากตัวรถออกมาบนถนน จึงทำให้รถที่วิ่งมาได้ชนเข้าอย่างแรงจนมีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวคนขับรถบรรทุกดำเนินคดี พร้อมจะทำการสอบสวนหาสาเหตุข้อเท็จจริงที่แน่ชัดอีกครั้ง
ขอบคุณภาพกู้ภัย




