ติดEMวันแรก! เมาขับส่งท้ายปีพุ่งครึ่งหมื่นคดี ผิดซ้ำซากจ่อถูกส่งบำบัดการติดสุรา

เคานต์ดาวน์เมาแล้วขับ 2,660 คดี ยอด 5 วันทะลุครึ่งหมื่น คุมประพฤติประเดิมติด กำไล EM เมาปลิ้นแอลกอฮอล์เกิน 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ 66 ราย ห้ามออกนอกบ้าน 15 วัน ทำงานบริหารสังคม-ดูแลผู้ป่วยติดเตียง เมาแล้วขับซ้ำซากต้องประเมินอาการติดสุรา

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 ม.ค. ที่ศูนย์ควบคุมติดตามตัวระบบด้วยอิเล็คทรอนิกส์ (Electronic Monitoring Center) กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ตรวจเยี่ยมการประเดิมติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ หรือกำไลติดตามตัวอิเล็คทรอนิกส์ (EM) กับผู้ถูกคุมความประพฤติในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุรา ตามคำพิพากษาของศาล ว่า วันนี้มีผู้ถูกศาลสั่งคุมประพฤติ 7 รายในคดีเมาแล้วขับมาติดกำไลEM ที่ศูนย์ควบคุมฯ

นายประสาร กล่าวต่อว่า โดยส่วนใหญ่ถูกตรวจเป่าบนถนนวิภาวดีรังสิต และถนนรามคำแหง พบมีปริมาณแอลกอฮอล์ 190-200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินปริมาณที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ที่ขับรถต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และผู้ที่ถูกติดกำไล EM จะเป็นกลุ่มที่ระดับแอลกอฮอล์สูง หรือ เมามาก มีระดับแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป

“ซึ่งนอกจากจะถูกติดกำไลและห้ามออกนอกบ้านยามวิกาลแล้ว ยังต้องเสียค่าปรับ 15,000 บาท หากผู้ใดที่ไม่มีเงินชำระค่าปรับจะถูกกักขังแทนค่าปรับ คิดอัตรากักขังวันละ 500 บาท และบางรายถูกพักใช้ใบอนุญาต 6 เดือน ในจำนวนดังกล่าวพบว่าผู้ถูกคุมประพฤติถูกพักเพียงใบขับขี่จักรยานยนต์ แต่ยังสามารถขับขี่รถยนต์ได้” นายประสาร กล่าว

นายประสาร กล่าวอีกว่า ผู้ที่ฝ่าฝืนออกจากบ้านยามวิกาล กำไล EM จะแจ้งเตือนให้กับเข้าที่พักและห้ามออกนอกบริเวณที่จำกัดตามที่ศาลสั่ง หากยังฝ่าฝืนระบบจะส่งข้อมูลมาที่ศูนย์ควบคุมเพื่อจัดส่งเจ้าพนักงานคุมประพฤติไปตรวจสอบ ถ้าเหตุผลรับฟังได้ เช่น คนในบ้านเจ็บป่วยจำเป็นต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล กรมคุมประพฤติจะรายงานศาลให้รับทราบ แต่หากเป็นการจงใจฝ่าฝืน ศาลอาจเพิ่มเติมเงื่อนไขการคุมประพฤติ หรือสั่งจำคุกโดยไม่รอลงอาญา

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวด้วยว่า เช่นเดียวกับกรณีหลบหนี จะถูกศาลออกหมายจับและยังต้องรับผิดชอบในทางแพ่งที่ตัดทำลายอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ กลุ่มผู้ติดกำไล EM เมาแล้วขับยังต้องทำงานบริการสังคมโดยจะจัดให้ทำงานในแผนกอุบัติเหตุของโรงพยาบาล หรือดูแลผู้ป่วยติดเตียงตามบ้าน เพื่อกระตุ้นให้มีจิตสำนึกต่อผลเสียหายที่จะกระทบต่อบุคคลอื่น เพราะคนที่ป่วยติดเตียงอาจเป็นตัวผู้กระทำผิดเองหรือญาติพี่น้องก็ได้

“ทั้งนี้ ในปีนี้จะมีมาตรการใหม่ออกมาใช้บังคับกับผู้ที่กระทำผิดซ้ำ โดยกรมคุมประพฤติจะเข้าไปตรวจสอบประวัติการทำความผิดผู้ที่ถูกดำเนินคดีเมาแล้วขับตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป จะต้องทำแบบคัดกรองของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อประเมินอาการติดสุราและเข้ารับการบำบัดการติดสุราที่โรงพยาบาลสาธารณสุขในแต่ละจังหวัด ซึ่งกรมคุมประพฤติจะประเมินผล 1 เดือนก่อนพิจารณาขยายการคุมประพฤติหรือไม่” นายประสาร กล่าว

นายประสาน กล่าวอีกว่า การทำงานของระบบกำไล EM ผู้ที่ติดกำไลจะต้องให้ข้อมูลที่พัก เพื่อจำกัดบริเวณระหว่าง 22.00-04.00 น. โดยผู้ถูกคุมประพฤติสามารถไปทำงานหรือทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ปกติ แต่จะต้องกลับเข้าที่พักให้ทันเวลา ซึ่งกำไลจะเริ่มแจ้งเตือนเป็นข้อความมายังผู้ถูกคุมประพฤติให้เตรียมตัวเดินทางกลับที่พักตั้งแต่เวลา 20.00 น. และจะแจ้งเตือนถี่ขึ้นหากใกล้เวลาแล้วยังไม่ถึงที่พัก รวมถึงจะแจ้งเตือนกรณีให้ชาร์จแบตเตอรี่ที่จะต้องชาร์จทุกวัน โดยระบบออกแบบมาให้ใช้งานง่าย มีเพาเวอร์แบงค์ให้พกติดตัวเพื่อสำรองไฟตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติ ยอดสะสมรวม 5 วัน ระหว่างวันที่ 27-31 ธ.ค.2561 มี 6,253 คดี เฉพาะวันที่ 5 ที่มีการควบคุมเข้มงวดมีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ 2,660 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา 2,649 คดี คิดเป็นร้อยละ 99.5 (ยอดสะสม 5 วัน 5,766 คดี), คดีขับเสพ 9 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.33 (ยอดสะสม 5 วัน 446 คดี), คดีขับรถประมาท 2 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.07 (ยอดสะสม 5 วัน จำนวน 39 คดี) และคดีขับซิ่ง ไม่มีคดี (ยอดสะสม 5 วัน 2 คดี) โดยจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุรา สูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ จ.มหาสารคาม 187 คดี, สุรินทร์ 186 คดี และสกลนคร 175 คดี

นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งติดกำไล EM ในคดีขับรถขณะเมาสุรา 33 ราย (ยอดสะสม 5 วัน 66 ราย) ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (สคป.กทม.2) 9 ราย, จ.ขอนแก่น (สคป.จ.ขอนแก่น สาขาพล) 10 ราย, จ.บุรีรัมย์ (สคป.จ.บุรีรัมย์ สาขานางรอง) 9 ราย และจ.ราชบุรี 5 ราย ซึ่งสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศจะเริ่มดำเนินการใช้อุปกรณ์ติด EM ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

โดยมีเงื่อนไขให้จำเลยรายงานพนักงานคุมประพฤติและเข้ารับการอบรมให้เข้ารับการอบรมความรู้เกี่ยวกับกฎจราจร 4 ครั้ง มีกำหนด 1 ปี ให้ทำกิจกรรมบริการสังคมและสาธารณประโยชน์ 24 ชั่วโมง ให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่มีกำหนด 6 เดือน และห้ามมิให้จำเลยออกจากที่อยู่อาศัยของตน ตั้งแต่เวลา 22.00 น.- 04.00 น. มีกำหนด 15 วัน

บทความก่อนหน้านี้พระเครื่อง ท่าพระจันทร์ เซียนพระ วิเคราะห์ตลาดพระเครื่อง 2562
บทความถัดไปประชาธิปัตย์ โต้เพื่อไทย ปมเป่านกหวีด ล้มรัฐบาลเลือกตั้ง โวยขุดความเท็จใส่ร้าย!