ผอ.เขตบางกะปิสั่งระงับรื้อถอน-ห้ามเข้าอาคารย่านรามคำแหง หลังพังถล่มระหว่างรื้อโครงสร้าง ปูดแผนรื้อไม่เป็นไปตามที่เสนอ ลงพื้นที่ตรวจสอบพรุ่งนี้
กรณีเหตุอาคารที่กำลังรื้อถอนทรุดตัว บริเวณซอยรามคำแหง 51/1 เขตบางกะปิ กทม. สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านที่อยู่บริเวณดังกล่าว ล่าสุดมีประชาชนซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ ขณะที่อาคารถล่มในคลิปยังเห็นว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะมีเลือดออก ใกล้กันยังพบคนนอนอยู่ที่พื้น เจ้าหน้าที่ได้เร่งปฐมพยาบาลช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
- อ่านข่าว ด่วน! อาคารย่านรามคำแหงทรุดตัว คนงาน-ชาวบ้านแตกตื่นหนีตาย (คลิป)
- อ่านข่าว เปิดนาที! อาคารถล่ม ที่รามคำแหง โดนหญิงหัวแตกเลือดสาด
ตึกถล่ม / ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 7 ม.ค. นางชมจิตร พงษ์เสมา ผู้อำนวยการเขตบางกะปิ เปิดเผยถึงเหตุการณ์ตึกแถว 3 ชั้น บริเวณปากซอยรามคำแหง 51/2 เขตบางกะปิพังถล่ม ว่า อาคารดังกล่าวเป็นอาคารที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่าจ้างผู้รับเหมาให้รื้อถอน เพื่อเตรียมส่งมอบพื้นที่สำหรับก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี
เบื้องต้นทราบว่าอาคารพังถล่มระหว่างที่ผู้รับเหมาอยู่ระหว่างรื้อถอนโครงสร้างภายในอาคาร ซึ่งภายหลังเกิดเหตุ เขตสั่งระงับการรื้อถอนชั่วคราว และห้ามเข้าพื้นที่อาคารเด็ดขาดจนกว่าผู้รับเหมา หรือหน่วยงานที่ว่าจ้างผู้รับเหมานั้นจะแก้ไข หรือนำแผนป้องกันอุบัติเหตุ และแผนดูแลความปลอดภัยระหว่างที่รื้อถอนอาคารมาเสนอต่อเขต จึงจะพิจารณาอนุญาตให้ดำเนินการรื้อถอนอาคารต่อ
นางชมจิตร กล่าวต่อว่า ก่อนที่จะรื้อถอนอาคารที่เกิดเหตุรฟม.มีหนังสือแจ้งสำนักงานเขตบางกะปิ ว่าจะรื้อถอนอาคารดังกล่าว พร้อมแนบแผนการรื้อถอนอาคารและแผนป้องกันอุบัติเหตุ ป้องกันวัสดุที่เกิดจากการรื้อถอนตกหล่น
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่ ![]()
จากนั้นจะล้อมรั้วเพื่อรื้อถอนอาคาร กระทั่งเมื่อวันที่ 19 ต.ค.2561 เจ้าหน้าที่เขตลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารพบว่า แผงป้องกันวัสดุรื้อถอนตกหล่น หรือแผนการป้องกันอุบัติเหตุไม่เป็นไปตามที่ยื่นต่อสำนักงานเขต จึงสั่งระงับและขอให้แก้ไขให้ถูกต้อง แต่เรื่องเงียบไปจนมาเกิดเหตุการณ์อาคารพังถล่มดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเหตุเขตเชิญสำนักการโยธามาหารือ โดยเบื้องต้นเขตบางกะปิจะร่วมกับสำนักการโยธา ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งในวันที่ 8 ม.ค. และจะประสานสภาวิศวกร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วย