ญาติ น้องโยโย่ ร้องกองปราบตามหาตัว เชื่อน้อยใจรับหน้าที่หนักในครอบครัวคนจีน

ญาติ น้องโยโย่ ร้องกองปราบตามหาตัว เชื่อน้อยใจรับหน้าที่หนักในครอบครัวคนจีน

จากกรณีประกาศตามหาเด็กหาย โดยระบุว่า “#ตามหาหลานสาว น้องโยโย่ อายุ 14 ปี ใครเห็นพบ เจอกรุณาโทรแจ้งเบอร์ 088-682-xxxx หลานสาวหายออกจากบ้านตั้งแต่ วันที่ 27 ธ.ค.2561 มีคนเห็นเลิกเรียนนั่งสามล้อไป เวลา 14.00 จากที่โรงเรียนในกทม. อายุ 14 ปี ผิวขาว เจอสัญญาณเฟซบุกหลานสาวอยู่ที่ จ.ระยอง ตั้งแต่วันที่ 28/12/61 แต่ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าอยู่ที่ไหน กับใครที่บ้านญาติพี่น้องเป็นห่วงมากๆๆ คับ” ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 ม.ค. ที่กองปราบปราม อาและพ่อของ น้องโยโย่ เดินทางมาที่กองปราบปราม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตามหาน้องโยโย่ หลังหายออกจากบ้านตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2561 โดยมีความกังวลว่าน้องโยโย่จะถูกลักพาตัวไป

อาผู้หญิงของเด็ก กล่าวว่า น้องโยโย่เป็นเด็กเรียนดี สอบได้ที่ 1 ของห้องมาตลอด ไม่เคยมีประวัติเสียหาย และจากการสอบถามเพื่อนสนิทของน้องโยโย่ ไม่เคยมีเรื่องชู้สาว หรือคบหาดูใจกับผู้ชายคนไหนมาก่อน

ก่อนที่น้องโยโย่จะหายตัวไป ทางครอบครัวสังเกตเห็นความผิดปกติช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ว่าน้องโยโย่ มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป มีการเดินมามองหน้าแม่ด้วยสายตาแปลกๆ เหมือนมีอะไรในใจ แต่ไม่ได้พูดอะไร

สำหรับทางครอบครัวไม่ได้ติดใจอะไร เพราะในครอบครัวไม่เคยมีปัญหาทะเลาะกัน ครอบครัวเราเป็นครอบครัวของคนจีน มีอะไรจะพูดคุยกันเสมอ จึงคิดว่าน้องโยโย่น่าจะน้อยใจที่เป็นพี่สาวคนโต ที่ต้องอยู่บ้านเลี้ยงดูน้องในระหว่างที่พ่อแม่ต้องไปขายของ ซึ่งอาจจะไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่น เหมือนเช่นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน

อาของเด็กกล่าวต่อว่า ในวันที่น้องโยโย่หายตัวไป ทางครอบครัวเข้าไปดูคอมพิวเตอร์ที่น้องใช้เป็นประจำ พบเพียงประวัติการค้นหาสถานที่เรียน

ส่วนเฟซบุ๊กและไลน์ถูกปิดไปตั้งแต่วันที่น้องโยโย่หายตัวไป ลักษณะคล้ายวางแผนมาเป็นอย่างดี ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของเด็กอายุ 14 ปีที่จะทำแบบนี้ จึงเชื่อว่าน้องโยโย่น่าจะมีบุคคลอื่นล่อลวงไป

น้องโยโย่

เพราะตนคิดว่าเด็กอายุเพียง 14 ปี ไม่น่าจะหนีออกจากบ้านได้นานถึง 15 วัน โดยที่ไม่ได้พกเงินติดตัวไปเลยและปกติ ทางครอบครัวจะไปส่งร้องที่โรงเรียนเป็นประจำ กระทั่งมาช่วงเดือนธ.ค. ครอบครัวเห็นว่าน้องโยโย่โตแล้ว และระยะทางจากโรงเรียนห่างจากบ้านนิดเดียว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาทีเท่านั้น จึงคิดว่าน้องสามารถดูแลตนเองได้

อากล่าวอีกว่า ครอบครัวตั้งข้อสงสัยว่า อาจจะมีบุคคลที่น้องรู้จักและไว้ใจล่อลวงน้องไป เพราะปกติแล้วน้องจะเดินทาง หรือไปเที่ยวกับครอบครัวเท่านั้น ไม่ไปกับบุคคลอื่น และจากภาพกล้องวงจรปิดจะเห็นว่าน้องโยโย่เตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วย พร้อมกับมีลักษณะคล้ายกับแชทกับบุคคลหนึ่ง ก่อนจะหายตัวไปจากกล้องวงจรปิด โดยครอบครัวไม่คิดว่าเป็นการเรียกค่าไถ่ เพราะผ่านมา 15 วันแล้ว ครอบครัวยังไม่ได้รับการติดต่อเพื่อเรียกร้องเงินแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นการลักพาตัวไปเพื่อการอื่น

“ขณะนี้ทางครอบครัวเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ สน.พลับพลาไชย 1 และลงพื้นที่ไปตรวจสอบตามจุดต่างๆ ที่พบสัญญาณโทรศัพท์ และความเคลื่อนไหวของน้อง แต่ก็ยังไม่พบตัว จึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์กับตำรวจกองปราบปราม เพื่อให้ช่วยติดตามน้องโยโย่กลับมา อยากจะฝากถึงน้องโยโย่ ว่าโยโย่คือทุกอย่างของพ่อแม่ ครอบครัวรักน้องโยโย่เสมอ มีปัญหาอะไรให้กลับมาคุยกัน ครอบครัวพร้อมให้อภัย หากดูอยู่ขอให้ติดต่อกับทางครอบครัวและกลับมาหาครอบครัว เพราะทุกคนพร้อมจะช่วยกันเพื่ออนาคตของน้องโยโย่เอง” นางวันวิสาข์ กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. กล่าวว่า ขณะนี้ทางกองปราบรับเรื่องแล้ว ซึ่งเราก็จะตรวจสอบสัญญาณจีพีเอส ที่ติดตามในโทรศัพท์ของน้องโยโย่ ว่าอยู่ในพื่นที่การดูแลของหน่วยงานใด หากพบว่ามีเบาะแส ก็จะติดตามตัวโดยทันที

บทความก่อนหน้านี้โดดน้ำหนีตายระทึก! บ้านทรุดพังถล่มจมทั้งหลัง ป้าเศร้า “ไม่รู้เอาเงินที่ไหนมาซ่อม”
บทความถัดไปရခိုင်တိုက်ပွဲအတွက် ငြိမ်းချမ်းစွာအဖြေရှာဖို့ ကုလတိုက်တွန်း