งามไส้‘ร.ต.อ.’เป็นโจรซะเอง! งัดเก๋ง-ลักทรัพย์ในรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

งามไส้‘ร.ต.อ.’เป็นโจรซะเอง! งัดเก๋ง-ลักทรัพย์ในรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันที่ 10 ก.พ. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองรักษาการณ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ควบคุมตัว ร.ต.อ.เอกชัย เพ็งจันทร์ รอง สารวัตรฝ่ายธุรการและกำลังพล บก.อก.บช.ส. ส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดี ขณะก่อเหตุใช้ไขควงงัดรถยนต์ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า ได้รับรายงานจาก กองบัญชาการตำรวจสันติบาลว่า เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลา 05.00 น. ส.ต.ท.อนุสรณ์. บุษบาบาล ได้เดินทางไปที่ลานจอดรถบริเวณด้านหน้าอาคารพิสูจน์หลักฐาน หรืออาคาร 16 ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

“ระหว่างนั้น ร.ต.อ.เอกชัย เพ็งจันทร์ ทราบชื่อสกุลภายหลัง กำลังงัดแงะรถยนต์ฮอนด้าซีวิค สีน้ำเงิน ทะเบียน ภจ-3641 กทม.ของตัวเอง ทำให้กระจกบานใหญ่ด้านหน้าและกระจกประตูด้านหลังขวาแตกเสียหาย ส.ต.ท.อนุสรณ์ จึงเข้าไปแสดงตัวทำการตรวจสอบและสอบถาม ร.ต.อ.เอกชัย ก่อนรับสารภาพกำลังลักทรัพย์สินภายในรถยนต์ ส.ต.ท.อนุสรณ์ จึงประสานตำรวจกองรักษาการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าตรวจค้นตัวพบไขควงสีเขียวอยู่ในมือข้างขวาของ ร.ต.อ.เอกชัย”

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า จากการสอบถาม ร.ต.อ.เอกชัย รับสารภาพว่าได้ลักเอารองเท้าคอมแบท 1 คู่ รองเท้าผ้าใบ 2 คู่ ออกมาจากท้ายรถ พร้อมยางอะไหล่ 1 เส้น พระเครื่องเหลี่ยมพลาสติกพร้อมสร้อยเชือก 1 เส้น นำไปเก็บไว้ภายในรถกระบะโตโยต้าวีโก้ ทะเบียน บธ-8959 กาญจนบุรี ของตัวเองที่จอดไว้ใกล้เคียงกัน นอกจากนั้นยังรับสารภาพด้วยว่า ลักเอาเครื่องพีซีคอมพิวเตอร์ 3 ตัว พร้อมอุปกรณ์ และตลับม้วนเทป 5 ตลับ มาจากบริเวณชั้น 4 อาคาร 6 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วนำมาเก็บไว้ภายในรถกระบะก่อนมางัดรถของส.ต.ท.อนุสรณ์ จนกระทั่งถูกจับ

 ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

“ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และมีคำสั่งให้ออกจากราชไว้ก่อนแล้ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส กับทุกฝ่าย ขณะที่พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับ ร.ต.อ.เอกชัย ในความผิดฐาน ลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิด และตนได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ได้สั่งการให้ดำเนินการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานด้วยความรอบคอบ โปร่งใส รวดเร็ว เป็นธรรม ซึ่งหากทำผิดจริง ต้องเอาโทษให้ถึงที่สุด ทั้งทางวินัยและทางอาญา อย่างเด็ดขาด โดยจะต้องรับโทษหนักกว่าบุคคลธรรมดา เพราะว่าเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายแต่กลับทำผิดเสียเองและจะไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้อย่างแน่นอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ”

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ ผบ.ตร. รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะไม่เลี้ยงคนประเภทนี้ไว้อยู่แล้ว ก่อเหตุภายในรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่เคารพต่อเกียรติของตำรวจ และกำชับให้กองกำกับการตำรวจสันติบาล 3 เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย สอดส่อง ตรวจตรา ความสงบเรียบร้อย รวมไปถึง มาตรการในการป้องกันเหตุ โดยเน้นย้ำ อย่าให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก และได้กำชับกองบัญชาการทุกภาคส่วน ให้กำกับ ดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด อย่างใกล้ชิด คอยสอดส่อง ดูแล ให้ประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัย ตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 โดยต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้กระทำความผิดเสียเองหรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น

บทความก่อนหน้านี้พล.อ.ประยุทธ์เด่นสุด แต่เป็นเป้ามากที่สุด : ชกไม่มีมุม
บทความถัดไปမွေးကတည်းက ပင်စင်ရတဲ့ ရတနာဂီရိပါ မင်းတရားရဲ့ နန်းမွေခံများ