เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 25 ก.ย. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 71 ประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงกรณีคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง ที่มีอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นประธาน พิจารณาสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สรุปตัวเลขความเสียหายที่ต้องจ่ายจำนวน 35,717 ล้านบาท ว่า ขั้นตอนต่อไปรัฐบาลมีหน้าที่นำเข้าสู่กระบวนการอย่างเดียว ตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ที่ใช้มากว่า 5 พันคดีแล้ว “ไม่ได้แกล้งใคร ไม่ได้เลือกปฏิบัติอะไรใคร” มันมีหน้าที่อยู่ ถ้าไม่ทำรัฐบาลไม่ดำเนินการก็จะถูกดำเนินการตามมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และต้องทำให้ทันอายุความที่จะสิ้นสุดภายในเดือนก.พ.60 ตนไม่ได้ไปเร่งรัดอะไร กฎหมายเขาเขียนไว้อย่างนั้น รู้จักกฎหมายกันไหม
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อที่มาจากการร้องทุกข์กล่าวโทษ ใครมีหน้าที่ก็ทำไป ส่วนการตัดสินเป็นเรื่องของศาล ไม่ใช่เรื่องของตน รวมทั้งตั้งคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งแบบจีทูจีในส่วนของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์และพวก นั้นก็เป็นหน้าที่รัฐบาล ซึ่งได้มีการตรวจสอบ 2 ฤดูการผลิต ในปี 55/56 และปี 56/57 ตามที่ป.ป.ช.และหน่วยงานที่ตรวจสอบให้สอบ และทำตามคำสั่งศาล
ส่วนการจะไปดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมอย่างไร มันก็มีสิทธิ สามารถทำได้ ผู้ถูกกล่าวหาก็ร้องอุทธรณ์ได้ “แล้วมันผิดตรงไหน หรือไม่ต้องเข้ากระบวนการเลย แล้วเอารัฐบาลผมไปรับโทษแทน คิดให้มันถูกต้อง อย่าไปฟังสิ่งที่มันอ้างไปอ้างมา เอาหลักฐาน เอากฎหมายมาว่ากัน” เวลานี้ประชาชนสับสนไปหมด กฎหมายไม่เป็นกฎหมายไปหมด เขาจะแกล้งเรื่องอะไร