แทงดับ นร.ชั้น ม.6 บนรถเมล์ รัวยับกว่า 10 แผล รวบทันควันเด็กช่างวัย 17 เรื่องแค่นิดเดียว

วันที่ 24 ก.พ. ขณะที่ ร.ต.อ.อานนท์ รตน้อย รอง สวป.สน.ท่าเรือ กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ก็ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาท มีผู้โดนแทงบาดเจ็บบนรถประจำสีแดงขาว สาย 180 วิ่งระหว่างเซ็นทรัลพระราม 3 ถึง ม.ราม 2 ทะเบียน 12-0709 กรุงเทพมหานคร จึงเข้าระงับเหตุและประสานอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบ

จากการตรวจสอบภายในรถพบ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งย่านเอกมัย นอนจมกองเลือด มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่หลังประมาณ 10 แผล อาการสาหัส เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่ง ร.พ.เทพธารินทร์ แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ เป็นนักเรียนชาย อายุ 17 ปี ชั้น ปวช. ปี 3 วิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ย่านบางจาก พร้อมมีดปอกผลไม้ 1 เล่ม

จากการสอบสวน นายสมพงษ์ โคมทอง อายุ 40 ปี โชเฟอร์รถประจำทางสายดังกล่าว เล่าว่า ตนขับรถออกมาจากสาธุประดิษฐ์มุ่งหน้าราม 2 และรับผู้โดยสารมาเรื่อยๆ กระทั่งถึงแยกกรมศุล ผู้ก่อเหตุและผู้ตายได้ขึ้นรถพร้อมกัน ตนจึงขับรถขึ้นทางด่วนท่าเรือตามปกติ แต่ขึ้นมาได้นิดเดียว มีคนบอกว่าเด็กต่อยกันและแทงกันแล้วมีเลือดไหล ตนจึงแจ้ง 191 จากนั้นตัดสินใจวนรถลงทางด่วนอาจณรงค์แล้วมาจอดที่หน้า สน.ท่าเรือ ก่อนเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยจับผู้ก่อเหตุที่กำลังจะปีนหน้าต่างรถโดยสารหลบหนี

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ด้าน พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผกก.สน.ท่าเรือ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้เเล้ว จากการสอบสวนผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ได้ขึ้นรถโดยสารมากับแฟนสาว จากพระราม 3 นั่งอยู่เบาะคู่ฝั่งขวา ก่อนถึงเบาะหลัง โดยผู้ตายขึ้นป้ายกรมศุลกากร มานั่งแถวเบาะหลัง ผู้ก่อเหตุจึงไล่ให้ผู้ตายย้ายไปนั่งที่อื่น ก่อนจะโต้เถียงและชกต่อยกัน ระหว่างนั้นผู้ก่อเหตุได้ชักมีดมากระหน่ำแทงและพยายามจะหลบหนี แต่คนขับรถเลี้ยวรถเข้ามาในสถานีตำรวจ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะต้องสอบปากคำต่อไปเนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนก่อนแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บทความก่อนหน้านี้นร.สาวเปิดใจ! นาทีโจ๋งานบวชลวนลามผลักติดกำแพง-หอมแก้ม ถามมาเป็นเมียพี่ไหม
บทความถัดไปแดงเดือด เดี้ยงระนาวก่อนเจ๊าจืด หงส์ผงาดคืนจ่าฝูง ส่วนผีหลุดท็อปโฟร์