เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 21 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมครม.กรณีที่มีการส่งต่อภาพทางโซเชียลระบุว่าพระที่มารวมตัวกันที่วัดพระธรรมกายมาจากพื้นที่อื่น ว่า เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบว่าเป็นพระมาจากที่ใดบ้าง แต่คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีการเชิญชวนเตรียมคนให้เข้าไปล้อมทหารที่ดูแลความเรียบร้อยรอบนอกอีกชั้นหนึ่งนั้น ก็ให้เกณฑ์มา ตอนนี้ยังไม่ทันเกณฑ์มาแล้วจะไปคิดอะไร เวลานี้รัฐบาลทำตามขั้นตอนของกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการประสานไปที่จังหวัด ซึ่งมีสาขาวัดพระธรรมกายให้ป้องกันไม่ให้มีการนำคนมาเติมที่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “อย่าไปห่วง เพราะสื่อยังคิดได้ ถ้าผมคิดไม่ได้ก็ยืนตรงนี้ไม่ได้เหมือนกัน”

เมื่อถามว่า หากครบกำหนดตรวจค้นตามหมายศาลที่มีกำหนด 7 วัน จะดำเนินการอย่างไรต่อ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็มีมาตรา 44 ที่กำหนดพื้นที่ควบคุมไว้อยู่แล้ว ไม่ต้องขอหมายใหม่ ส่วนข้อเรียกร้องลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ให้ยกเลิกมาตรา 44 ที่กำหนดพื้นที่ควบคุมนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปดูภายในวัดได้ทั้งหมดและร่วมกันตรวจค้นจนได้รายละเอียด สามารถตรวจสอบบุคคลที่อยู่ภายในวัดและบุคคลภายนอก จนเป็นที่กระจ่างของทั้งสองฝ่าย แต่ยังตอบไม่ได้ตอนนี้ว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบภายในวัดนานเท่าไหร่ เพราะต้องให้เป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย และการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ไม่มีการปะทะ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่มีอาวุธอะไร และเราพยายามไม่ให้กระทบกระทั่งกันหรือเข้าใกล้กัน

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่มหาเถรสมาคม (มส.) ประชุมและมีการมอบหมายพระผู้ใหญ่ให้มีส่วนร่วมในการเข้าไปตรวจสอบภายในวัด ว่า พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มีการพูดคุยกันแล้วว่าในการเข้าไปภายในวัด ทางวัดพระธรรมกาย ตัวแทนจากมส.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ตกลงกันแล้ว ส่วนจะพูดคุยและตรวจสอบเสร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ซึ่งแนวโน้มถือว่าเป็นไปด้วยดี และเขาตกลงกันได้อยู่แล้ว

เมื่อถามย้ำว่า หากตรวจค้นแล้วไม่พบพระธัมมชโยอยู่ภายในวัด การบริหารจัดการวัดจะเป็นอย่างไรต่อ รองนายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของมส.จะดูภาพรวมทั้งหมด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน