เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่หน้าประตู 5-6 วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจวางกำลังเฝ้าทางเข้า-ออก อย่างเข้มงวดหลังเมื่อวานได้มีคำสั่งห้ามคนเข้าภายในวัดอย่างเด็ดขาด โดยวันนี้ทางวัดได้นำรั้วเหล็กมากั้นตรงเต็นท์ที่พระสงฆ์นั่งสวดมนต์ พร้อมทั้งคลุมผ้าจนไม่สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวด้านในวัดได้
ต่อมาเวลา 08.30 น. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจบริเวณปากทางเข้าถนนเลียบคลองแอล ซึ่งเป็นทางเข้าประตู 5-6 วัดพระธรรมกาย พร้อมกับสอบถามความเป็นอยู่และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ
พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า ในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่อาจจะเข้าทำการตรวจค้นภายในพื้นที่วัดโซน เอและบี อีกครั้ง ซึ่งในส่วนนี้อยากให้เข้าใจด้วยว่าการดำเนินการภายในวัดดัวกล่าวไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นได้ภายในครั้งเดียว จำเป็นต้องมีการเข้าตรวจค้นอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากภายในวัดมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างใหญ่ ประกอบกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ผ่านมาค่อนข้างมีอุปสรรค
จึงอยากให้เข้าใจในส่วนนี้ด้วยว่า เรามีความจำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เสร็จสิ้นเรียบร้อย
รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ส่วนกรณีการที่ทางวัดร้องขอให้ยกเลิก ม.44 นั้น ในส่วนนี้ยืนยันว่าไม่สามารถทำได้ เพราะขนาดมีม.44 การปฏิบัติหน้าที่ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร จึงจำเป็นต้องใช้กฎหมายดังกล่าวเพื่อควบคุมพื้นที่ เช่นเดียวกับพื้นที่ตลาดสดฝั่งตรงข้ามทางเข้าประตู 5-6 วัดพระธรรมกาย ก็ถือเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษด้วยเช่นกัน ถ้าทางวัดและลูกศิษย์ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่การปฏิบัติหน้าที่ก็จะสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและสามารถคืนพื้นที่กลับคืนได้ไว ขณะที่การขออนุญาตเข้าออกพื้นที่ดังกล่าวนั้นจะมีการพิจารณาเป็นรายๆไป เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับด้วยว่าทางกลุ่มลูกศิษย์วัดนั้นมีการแฝงตัวเข้ามาเพิ่มจำนวนภายในพื้นที่จำนวนมาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด
พ.ต.ต.สุริยา กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ กรณีที่ทางวัดอ้างว่าการที่ทางเจ้าหน้าที่ปิดทางเข้าออกจนทำให้สามเณรไม่สามารถเดินทางไปสอบบาลีได้นั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะหากมีความประสงค์ที่จะเดินทางไปสอบจริงทำไมท่านไม่ออกทางประตู 7 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอคอยควบคุมอยู่และสามารถเข้าออกได้ตลอดเวลา ทำไมถึงเลือกที่จะเดินทางออกทางประตู 5 ดังกล่าว ส่วนการเจรจากับทางวัดและแกนนำลูกศิษย์เมื่อวานที่ผ่านมา เป็นการเจรจาเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในวัดเท่านั้น เพื่อนำมาประเมินเตรียมแผนการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
ต่อข้อซักถามถึงกรณีที่เมื่อวานที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาตรึงกำลังบริเวณพื้นที่ด้านนอกตลาดสด ว่าจะมีการใช้ความรุนแรงหรือไม่ พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า ไม่มีการใช้ความรุนแรงแน่นอน มีแต่ข่าวลือที่ทางวัดปล่อยออกมาเพื่อปลุกระดมให้มวลชนลุกต่อต้านเจ้าหน้าที่ ขณะที่การประเมินจำนวนมวลชนภายในวัดทราบว่าน่าจะมีอยู่ประมาณ 3-4 พันคน ส่วนการจะยกระดับปฏิบัติการหรือไม่คงอยู่ที่ผลการประเมินวิเคราะห์สถานการณ์ในแต่ละวัน ซึ่งสถานการณ์การขณะนี้ยังอยู่ในภาวะปกติดี ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวลือว่า พระธัมชโย ติดต่อจะขอเข้ามอบตัวที่ วัดพิชยญาติการาม คลองสาน นั้นเบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานหรือการประสานติดต่อแต่อย่างใด
ต่อมาภายหลังจาก พ.ต.ต.สุริยา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่บริเวณดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้วนั้น มีชายคนหนึ่ง อายุประมาณ 35 ปี เข้ามาแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าบุตรชายของตนอายุประมาณ 8 ขวบ ถูกบุคคลคนต้องสงสัย 2 ราย เข้ามาจูงมือพาเดินออกมาจากละแวกบ้านพัก ซึ่งอยู่ภายในประตู7 ของวัดพระธรรมกาย โดยพาลัดเลาะออกมาจากป่ากกข้างวัด เพื่อข้ามฝากไปยังฝั่งตลาดสดที่มีมวลชนวัดพระธรรมกายปักหลักนั่งสวดมนต์อยู่เป็นจำนวนมาก ก่อนที่ลูกชายของตนจะพยายามเดินหนีออกมาจนกระทั่งพบกับตน ทั้งนี้ จากการสอบถามเด็กคนดังกล่าวทราบว่าไม่รู้จักว่าคนทั้งสองคนที่พาออกมาเป็นใคร จึงได้รีบมาติดต่อกับทสงเจ้าหน้าที่ดีเอสไอในทันที เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวชายคนดังกล่าวพร้อมบุตรชายไปทำการสักถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวต่อไป
เวลา 09.15 น. พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย เปิดเผยว่า ขอชี้แจงเรื่องนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.กระทรวงยุติธรรม ออกมาโอดครวญว่ามีคนโทรมาก่อกวน ตนขอให้มองว่าเป็นการรับฟังเสียงขอประชาชนที่ยังเดือดร้อน พร้อมถามกลับว่า สามารถนอนหลับลงได้อย่างไร ควรจะรับฟังเสียงของประชาชนขออย่ารำคาญ ในขณะที่วัดพระธรรมกายยังได้รับความไม่เป็นธรรมจากการใช้ม.44 พระ เณรและประชาชนเดือดร้อน จึงอยากขอให้ชาวพุทธออกมาปกป้อง
ซึ่งที่ผ่านมาทางวัดให้ความร่วมมือมาตลอด แต่เนื่องจากวัดนี้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยมือขญาติโยม หากจะบอกว่าพวกเค้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางวัดและจะให้ออกนอกพื้นที่ พวกเค้าจึงมองว่าไม่ถูกนัก ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่เองก็ได้ทำการเข้าตรวจค้นในพื้นที่ทุกพื้นที่แล้ว ซึ่งถือว่าเสร็จสิ้นแล้วก็ควรจะยกเลิก ม.44 ได้แล้ว และไม่ทราบด้วยว่าทางพระธัมชโยจะมีการติดต่อเข้ามอบตัว

