เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวถึงแผนการรับมือปัญหาจราจร หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณใต้สะพานไทย-เบลเยียม ถ.พระราม4 เขตปทุมวัน กทม. ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้สามารถเปิดใช้ถนนบนสะพานได้ 1 ฝั่งทางด้านทิศใต้ ส่วนทางด้านทิศเหนืออยู่ระหว่างปิดซ่อมแซม โดยจะใช้เวลาประมาณเกือบสองเดือน
ส่วนแผนจราจรจะใช้วิธีขยายการรับรถจากพื้นราบเป็นหลัก และใช้ระบบเปิดช่องทางพิเศษเขาเข้า กรณีที่ช่วงเช้าชั่วโมงเร่งด่วนจะให้ใช้สะพานเต็มรูปแบบ ในช่วงเย็นจะเปิดช่องทางพิเศษประมาณ 50 เมตร เพื่อจะมาขึ้นสะพานทางทิศใต้ย้อนกลับไปถนนพระราม 4 เช่นเดิม ซึ่งพื้นราบจะใช้ระบบไฟเหมือนเดิม ฉะนั้นจึงไม่ต้องไปกลับรถที่ สน.ลุมพินี และขอประชาสัมพันธ์ให้รับทราบว่าในช่วงเย็นจะมีการเปิดช่องทางพิเศษรองรับปริมาณรถ ขาออกเป็นหลัก ส่วนตอนเช้าจะรับรถเต็มทั้งสองเลนบนสะพานไทย-เบลเยียม แต่เวลากลางวัน ก็จะให้ใช้ช่องละเลน แผนนี้เคยใช้มาเมื่อครั้งปิดสะพานไทย-เบลเยียม ครั้งที่แล้ว โชคดีที่สะพานด้านทิศใต้ยังใช้งานได้อยู่
สำหรับประชาชนที่ใช้เส้นทางพระรามสี่ด้านคลองเตย สะพานเหลือง เนื่องจากถนนพระรามสี่ จะรับรถจุดขึ้นลงเป็นทางหลักและเข้าสู่ใจกลางเมือง บริเวณถนนสาธร และเข้ามาสู่ถนนราชปรารภ ถนนราชดำริ บริเวณนี้จะเป็นปัญหานิดหน่อย ถ้าช่วงเย็นถนนพระราม 4 ขาออก ไปขึ้นทางด่วนที่บ่อนไก่ บริเวณทางขึ้นสั้นรองรับรถได้ไม่มาก ปริมาณรถก็จะเยอะออกมาถ้ายแถวบริเวณถนนพระราม 4 ถ้าไปทางบางนาก็จะเลี้ยงขวา รถเยอะเช่นกัน ทำให้ทั้งสองฝั่งคับคั่ง จะกระทบมายังสะพานไทย-เบลเยียม โดยตรงตอนเย็นจะเป็นปัญหามาก
พล.ต.ท.วิทยา กล่าวอีกว่า สำหรับเส้นทางเลี่ยงแนะนำให้ใช้ทางด่วนเพลินจิต สุขมวิท เพชรบุรี ทดแทน กรณีที่ต้องการใช้ทางด่วน เพราะทางด่านพระราม4 พระรามสอง ค่อนข้างรถติดในช่วงเย็น ปกติถ้าเป็นชั่วโมงเร่งด่วนแยกต่อแยกก็จะมีปัญหาอยู่แล้ว ซึ่งต้องรีบแก้ไข ดังนั้นจึงได้สั่งการว่าต้องเร่งระบายรถก่อนเวลา 15.00 น. เพื่อไม่มีรถสะสมในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน จะได้ไม่กระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ อีกอย่างต้องเข้าใจว่าปริมาณรถบนถนนในกรุงเทพมหานครมีประมาณ 9.4 ล้านคัน สิ้นปี 2560 คาดว่าจะมีการจดทะเบียนกว่า 10 ล้านคัน แต่ผิวถนนสามารถรองรับได้เพียงแค่ 1.7 ล้านคัน ต้องรอระบบขนส่งมวลชนระบบรางช่วยแก้ปัญหา คาดว่าอีก 2 ปี ปัญหาต่างๆจะคลี่คลายลง เมื่อช่วงเช้า
พล.ต.ต.จีรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. กล่าวว่า จากการเปิดสะพานเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา พบว่าปริมาณรถที่อยู่บริเวณแยกพระราม 4 ขาออกและเขาเข้าเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ ท้ายแถวอยู่แค่บนสะพานญี่ปุ่น ส่วนขาเข้าก็ไม่ค่อยติด ส่วนช่วงเย็นตั้งแต่เวลา 15.00 น. อาจจะมีการชะลอตัวบ้าง เบื้องต้นได้จัดตำรวจจราจรไว้ทั้งหมด 20 นายไว้คอยอำนายความสะดวกจนกว่าการจราจะคลี่คลาย เมื่อช่วงเช้าตนได้ประชุมร่วมกับผู้ว่ากรุงเทพฯ และวิศวะกร ทราบว่ามีการซ่อมชั่วคราวไปก่อน มีเสาค้ำยัน เพื่อให้เกิดความแข็งแรง แต่ห้ามรถหกล้อขึ้น และภายในคืนนี้จะติดตั้งแนวกั้นความสูง และติดป้ายประชาสัมพันธ์ ส่วนสะพานด้านที่เสียหายมาก กทม.ได้สั่งทีมโยธาฯซ่อมแบบฉุกเฉิน จะใช้เวลา 5-6 วัน ในฝั่งขาออกเปิดจราจรได้ 1 ช่องทาง ส่วนที่เหลือก็จะไม่เกิน 30 วัน ก็จะสามารถเปิดใช้ได้ การซ่อมในลักษณะนี้สามารถใช้ไปซ่อมไปได้ ซึ่งจะให้กระทบกับพี่น้องประชาชนน้อยที่สุด
พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวอีกว่า สะพานไทย-เบลเยียม วันหนึ่งมีปริมาณรถเกือบสองแสนคัน เก็บข้อมูลตั้งแต่ 07.00-19.00 น. และเก็บทุกแยกเนื่องจากเป็นนโยบาย รถที่ใช้เส้นทางบนสะพานมาใช้พื้นราบถ้ารถเต็มก็จะส่งผลมากพอสมควร แต่หลังจากที่มีการวางแผนก็จะช่วยบรรเทาได้ระดับหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันในจำนวนรถเกือบสองแสนคันนี้ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านแยกวิทยุอย่างเดียว ปริมาณรถก็อาจจะไม่ถึงสองแสนคันต่อวัน จะอยู่ระหว่างแสนคัน เพราะจะกระจายไปตามเส้นทางเลี่ยง ไม่ว่าจะเป็นถนนพระรามสาม ถนนราชนครินทร์ ถนนราชดำริ ถนนสุขุมวิท ถนนพระรามหนึ่ง เป็นต้น
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงสาเหตุของเพลิงไหม้ ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจที่เกิดเหตุได้เก็บพยานหลักฐาน ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเพื่อชี้ว่าเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากสาเหตุใด จะเป็นวางเพลิงหรือไม่ ทั้งหมดรอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการก่อน เบื้องต้นยังไม่ไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้ง ส่วนกรณีที่ระบุว่าเกิดจากผู้ใช้รถใช้ถนนโยนก้นบุรีลงไปทำให้เกิดเพลิงไหม้นั้น เรื่องนี้ก็อยู่ในสำนวนที่ต้องพิสูจน์ทราบ เนื่องจากสิ่งที่เกิดส่งผลกระทบในวงกว้างกับคนที่ใช้รถใช้ถนน หลังจากนี้จะต้องมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดหลายจุดทั้งของราชการ และเอกชน บริเวณโดยรอบ
ภาพจาก จส.1000


