สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงพสกนิกร รับสั่งจัดหาเบาะรองนั่งปูรอบพื้นพระราชพิธี

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงพสกนิกร ที่จะมานั่งเฝ้าฯรับเสด็จ มีรับสั่งให้จัดเสื่อ เบาะรองนั่ง หญ้าเทียมปูรองให้แก่พสกนิกร และพระราชทานโรงครัวแบ่ง 18 จุด ดูแลเรื่องอาหารและน้ำดื่มแก่พสกนิกร ที่มาร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว / เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ห้องประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นประธานแถลงข่าวเปิดศูนย์สื่อมวลชนงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 โดยมีพล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกตำรวจ นายพิชญา นาควัชระ รองปลัดกรุงเทพฯ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และพ.ต.อ.หญิง วนิดา หาญบุญเศรษฐ รอง ผบก.ส.3 ร่วมแถลงข่าว

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์สื่อมวลชนในครั้งนี้เพื่อให้บริการข่าวสารและอำนวยความสะดวกแก่สื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยคณะกรรมการ เล็งเห็นว่างานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกมีความสำคัญยิ่ง และถือเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทย จึงอยากให้คนไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศได้รับข้อมูลข่าวสาร

รวมทั้งการเผยแพร่ข่าวสารไปยังทั่วโลกด้วย สำหรับศูนย์ถ่ายทอดสด มีความพร้อมอย่างยิ่ง และขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนให้บันทึกภาพเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างละเอียดชัดเจน และมีความสง่างามในทุกมิติ ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนเข้ามาสืบค้นข้อมูล และมีส่วนร่วมเนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกให้เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ โดยประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้ www.phralan.in.th, www.facebook/พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และ Line@บรมราชาภิเษก

ขณะที่พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้บริหารจัดการการจราจรให้กับประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทั้งระบบรถ ราง และเรือ โดยจัดเตรียมสถานที่สำหรับจอดรถบัส รถตู้ และจุดจอดรถยนต์ส่วนบุคคลเพื่อต่อรถชัตเติลบัส มายังบริเวณพระราชพิธี มีการกำหนดจุดโดยสารรถไฟเพื่อรองรับประชาชนที่มาจากภูมิภาค รวมทั้งการเดินทางโดยทางเรือจากท่าเรือต่างๆ ตามจุดที่กำหนดไว้

นายพิชญา รองปลัดกรุงเทพฯ กล่าวว่า การอำนวยความสะดวกสำหรับประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ในวันที่ 5 และ 6 พ.ค. นี้ ทางกรุงเทพฯมีความพร้อมแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ และจัดเตรียมด้านต่างๆ เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ห้องน้ำ และรถสุขาเคลื่อนที่ การติดตั้งจอแอลอีดี เพื่อให้ประชาชนได้รับชมภาพงานพระราชพิธีอย่างต่อเนื่อง บริการด้านการแพทย์ การเตรียมที่พักพร้อมเครื่องนอนที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง นอกจากนี้ ด้านสุขอนามัยของประชาชน ที่อาจมีนกในพื้นที่กรุงเทพฯ จะฉีดสารจากองุ่นเพื่อให้นกเกิดความรำคาญ และเปลี่ยนถิ่นที่อยู่ แต่ไม่สร้างอันตรายใดๆ ทั้งแก่คนและนก

ด้านน.ส.บุษฎี อธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยฯ สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย จำนวน 98 แห่ง จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ สืบสาน รักษา ต่อยอด และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 เพื่อให้คนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีอย่างพร้อมเพรียงกันทั่วโลก สำหรับกระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ

ดังต่อไปนี้ 1.จะจัดกิจกรรมทางศาสนาระหว่างวันที่ 3-4 พ.ค. ซึ่งจะจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตร สวดมนต์ วิปัสสนา เป็นต้น 2.ดำเนินกิจกรรมจิตอาสา อาทิ เชิญชวนให้ชาวไทยในต่างประเทศร่วมบริจาคสิ่งของให้แก่ผู้ยากไร้ หรือการทำความสะอาดวัดไทยในต่างประเทศ หรือสถานที่สำคัญๆที่มีคนไทยอาศัยอยู่

ส่วนในวันที่ 6 พ.ค. อันเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ สีหบัญชร ณ พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท เพื่อให้ประชาชนเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล ในเวลา 16.30 น.สถานเอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยฯ สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ที่มีคนไทยอาศัยอยู่กว่า 1,600,000 คน จะได้จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลพร้อมกับเวลาในประเทศไทย โดยเมืองที่มีเวลาใกล้เคียงกับประเทศไทยจำนวน 82 เมือง ทางสถานกงสุลใหญ่จะมีการลิงก์สัญญาณถ่ายทอดสดจากประเทศไทย เพื่อให้ชาวไทยที่อาศัยอยู่ในต่างแดนได้ร่วมถวายพระพรชัยมงคล อย่างพร้อมเพรียงกัน

“อีก 14 เมืองที่มีเวลาแตกต่างจากประเทศไทย ทางสถานกงสุลจะนำเทปการถ่ายทอดสดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ สีหบัญชร ณ พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ไปเปิดอีกครั้ง เพื่อให้พี่น้องประชาชนชาวไทยได้พร้อมใจกันถวายพระพรชัยมงคล” น.ส.บุษฎี กล่าว

ทั้งนี้น.ส.บุษฎี กล่าวต่อว่า กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ทางคณะอนุกรรมการฝ่ายสารัตถะ ได้เผยแพร่ให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ให้แก่ประชาชนได้รับทราบผ่านทางสถานกงสุลทั่วโลก

อีกทั้งยังจัดทำชุดนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 อาทิ พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ ทางด้าน สืบสาน รักษา ต่อยอด ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่สถานกงสุลไทยทั่วโลก เพื่อให้คนไทยในต่างประเทศได้ร่วมชื่นชมและแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี ส่วนในประเทศไทยก็จัดนิทรรศการไว้สองแห่งด้วยกัน คือที่กระทรวงการต่างประเทศ และกรมการกงสุล ถ.แจ้งวัฒนะ เพื่อให้นานาชาติได้รับรู้ถึงความงดงามของโบราณราชประเพณีในพระราชพิธีอันสำคัญยิ่งของชาติไทย โดยนิทรรศการจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 เม.ย.-10 พ.ค. นี้

พ.ต.อ.หญิง วนิดา เสริมว่า แนวทางการปฏิบัติตนของสื่อมวลชนในเรื่องต่างๆ ได้แก่ การแต่งกายของช่างภาพ ประเภทของกล้องที่อนุญาตในการบันทึกภาพจะต้องผ่านการตรวจและติดสัญลักษณ์ และความเหมาะสมของช่วงเวลาในการบันทึกภาพ และจะต้องบันทึกภาพตามจุดที่กำหนดไว้

ทั้งนี้รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ในวันที่ 5 พ.ค. เวลา 16.30 น. และเสด็จออก ณ สีหบัญชร เพื่อให้ประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล ในวันที่ 6 พ.ค. เวลา 16.30 น. ทั้งนี้ขอเชิญชวนสวมใส่เสื้อสีเหลืองโดยพร้อมเพรียงกัน

พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการเตรียมการรองรับประชาชนที่จะเฝ้าฯรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในช่วงงานพระราชพิธี ว่า ประชาชนสามารถเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้หลากหลายช่องทาง ได้แก่ ทางรถ ขับมาจอดยังจุดจอดรถโดยรอบพื้นที่ จำนวน 26 จุด รองรับไม่น้อยกว่า 38,000 คัน หรือนั่งรถไฟ มาลงสถานีรถไฟหัวลำโพง และนั่งเรือมาทางแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองแสนแสบมาขึ้นยังท่าเรือโดยรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ก่อนนั่งรถชัตเติลบัสหรือเดินเท้าเข้ามายังบริเวณจุดรอบนอกงานพระราชพิธี ผ่านจุดคัดกรอง 21 จุด ซึ่งจะใช้เวลาตรวจสอบไม่เกิน 10 วินาทีต่อคน เพื่อผ่านเข้าไปยังพื้นที่ภายในพระราชพิธี

“นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ สมด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยประชาชนที่จะมานั่งเฝ้าฯรับเสด็จมีรับสั่งให้จัดเสื่อ เบาะรองนั่ง และหญ้าเทียมแก่ประชาชน และพระราชทานโรงครัวแบ่ง 18 จุด เพื่อดูแลเรื่องอาหารและน้ำดื่มแก่ประชาชนที่มาร่วมงาน” พล.ต.ท.ปิยะกล่าวและว่า ในงานพระราชพิธีเบื้องกลาง 2-6 พ.ค. จะปิดการจราจรตามลำดับ พร้อมเปิดจุดคัดกรองประชาชน ซึ่งประชาชนสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.trafficpolice.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนจราจร 1599 และ 1197

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับศูนย์สื่อมวลชนนี้ เปิดให้บริการทุกวันเวลา 08.30-21.30 น. จนเสร็จสิ้นพระราชพิธี สำหรับในวันที่ 5 พ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ศูนย์แห่งนี้จะขยายเวลาให้บริการถึงเวลา 23.00 น. สำหรับสื่อมวลชนที่จะเข้าใช้บริการจะต้องใช้บัตรสื่อมวลชนลงทะเบียน เข้ามาปฏิบัติงานในศูนย์ทุกครั้ง

สำหรับศูนย์แบ่งเป็น 2 โซนหลัก สามารถรองรับสื่อมวลชนได้ราว 450 คน ด้านบนเป็นพื้นที่ในการใช้งานของสื่อมวลชนต่างประเทศ ส่วนด้านขวามือเป็นพื้นที่การใช้งานของสื่อมวลชนในประเทศ โดยมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงให้บริการ มีจุดดาวน์โหลดภาพประมาณ 20 จุด และมีการจัดคอมพิวเตอร์รองรับ มีแผ่นพับ แผนที่ และหมายกำหนดการแจกให้แก่สื่อมวลชนเพื่อให้ข้อมูลถูกต้องและชัดเจนที่สุด สื่อมวลชนสามารถเข้ามาดูในช่วงถ่ายทอดสดพระราชพิธีเพราะจะมีการเชื่อมโยงสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์จากกรมประชาสัมพันธ์มาที่นี่

บทความก่อนหน้านี้พ่อ เอมิลิอาโน ซาลา หัวใจวายตาย – 3เดือนให้หลังลูกชายเครื่องบินตก
บทความถัดไปไหทองคำเดือด! ประจักษ์ชัย เปิดศึก อาม อีกรอบ ซัดทำผิดสัญญา ประกาศห้ามขึ้นเวที