เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 พ.ค. บริวเวณวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจำนวนมากต่างพร้อมใจใส่เสื้อสีเหลืองทยอยเดินทางผ่านจุดคัดกรองโดยรอบที่เปิดตั้งแต่เที่ยงวัน เพื่อเข้าจับจองพื้นที่ริมสองฝั่งถนนบวรนิเวศและถนนพระสุเมรกันจนแน่นขนัด เพื่อรอรับเสด็จและชื่นชมพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ฉลองพระครุยเต็มยศจักรีสายสร้อยจุลจอมเกล้า เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร ซึ่งขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค จะมายังวัดบวรนิเวศวิหารในช่วงเย็นวันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น ราษฎรจากทั่วทุกสารทิศพาครอบครัวทั้งบุตรหลานและผู้ใหญ่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวันประวัติศาสตร์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วยความปลื้มปีติ ไม่ย่อท้อต่ออากาศที่ร้อนอบอ้าว มีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และจิตอาสา คอยอำนวยความสะดวกแจกหมวก อาหารและน้ำดื่มโดยรอบบริเวณ ทั้งยังมีบุรุษพยาบาลและนางพยาบาลตั้งเต้นท์และเดินตรวจตราพ่นละอองน้ำดับร้อนสอบถามถึงสุขภาพโดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ พร้อมทั้งเตรียมชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้รับรองหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
นายอนุศาสตร์ อิ่มรส หรือลุงนุ ชาวจ.ราชบุรี อายุ 68 ปี อดีตข้าราชกระทรวงกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เดินทางมาโดยรถไฟ ออกจากสถานีอำเภอบ้านโป่งตั้งแต่เวลา 03.15 น. ถึงหัวลำโพง 05.30 น. ก่อนขึ้นรถเมล์ที่จัดเตรียมไว้มายังวัดบวรเพื่อจับจองที่นั่งล่วงหน้า ตั้งใจมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวร ซึ่งถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด โดยเมื่อวันที่ 4 พ.ค. ก็ได้ติดตามรับชมผ่านทางโทรทัศน์ รับฟังพระปฐมบรมราชโองการ ก็รู้สึกซาบซึ้งตื้นตันใจเป็นอย่างยิ่ง