เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 13 มี.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการดำเนินการกับวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโย ว่า ตอนนี้เจ้าหน้ายังไม่ได้ยุติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ยังมีตำรวจจากกองบัญชาการบัญชาการตำรวจภูธรภาค (บช.ภ.)1 ประจำอยู่ ทุกอย่างก็เดินไปตามขั้นตอนกระบวนการ

ส่วนพื้นที่ไหนที่ดีเอสไอสงสัยก็ออกหมายค้นอีก ไม่ใช่หยุดแค่นี้ จะต้องมีการตรวจค้นไปเรื่อยๆ เพื่อหาตัวพระธัมมโชย สถานะของพระธัมมโชยคือผู้ต้องหาหลบหนีคดี หากเจ้าหน้าที่พบเจอเมื่อไหร่ก็จับกุมทันที และเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ถ้าศาลไม่ให้ประกันก็จับสึก

ส่วนจะเลยขั้นตอนการมอบตัวหรือยังนั้น ก็มอบตัวได้ตลอดเวลาเป็น ส่วนการใช้มาตรา 44 ไม่ได้ใช้ทั้งหมด ใช้เป็นบางส่วนเท่านั้น ที่เหลือก็ค่อยๆ ยกเลิกไป กำลังพิจารณาอยู่ ถ้ามั่นใจว่าข้างในวัดไม่มีอะไรเกิดขึ้น เกิดความปลอดภัยกับประชาชนได้ทั้งหมด และสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติก็จะยกเลิกทั้งหมด ก็คงมาตรา 44 ไว้ไม่ได้เดือดร้อนใคร เพียงแต่ให้ตำรวจสามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ด้วย ประชาชนยังสนใจประเด็นนี้ จนถึงขณะนี้ก็ไม่ค่อยมีกลุ่มต่อต้านการทำงานของเจ้าหน้าที่แล้ว

ส่วนมือที่สามก็คงต้องมีอยู่แล้ว ทุกคนก็รู้ แต่ว่าก็ต้องดูว่าอันไหนชัดเจน ข่าวไหนจริง ข่าวไหนไม่จริง ส่วนกรณีที่พบกลุ่มการเมืองเข้าเกี่ยวข้อง ต่อไปก็เป็นเรื่องของตำรวจเข้าไปดูแล เพื่อให้เกิดความสงบสุข จะมีจำนวนเท่าไหร่ตนไม่ทราบ

เมื่อถามว่า รัฐบาลพอใจการปฏิบัติงานของดีเอสไอในครั้งนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ก็น่าจะพอใจ เพราะทำได้ตลอด ทำได้เรื่อยๆ แต่ต้องใช้เวลา ถ้าจะไปใช้กำลังให้เกิดความเสียหาย ภาพรวมจะเสียทั้งประเทศ เสียต่างประเทศด้วย เขาทำมาดีแล้วคุณจะเอาอย่างไรอีกล่ะ คุณจะให้เขาไล่จับพระเหรอ ผมไม่เข้าใจ ประเด็นไม่น่าถามเลย ส่วนจากการข่าวล่าสุดพระธัมมชโยยังอยู่ในประเทศหรือไม่นั้น อันนี้ตนไม่รู้ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบและดำเนินการอยู่ ความลับพวกนี้บอกได้เหรอ เดี๋ยวก็จะเอาไปเขียนตัวโต ไม่เข้าใจการตั้งคำถาม”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน