เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธณะ รมว.ยุติธรรม กล่าวการดำเนินการกับวัดพระธรรมกายว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ทำรายงานให้ตนทราบอยู่ทุกวัน ตั้งแต่เริ่มมีปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อติดตามจับกุมตัวพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ในคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งในวันนี้ประเด็นเรื่องการจับกุมตัวพระธัมมชโยก็เป็นเรื่องของดีเอสไอที่จะต้องดำเนินการไปหาตัวพระธัมมชโยมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ซึ่งตนก็ให้เขาดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่และต้องไปหยุดยั้ง อีกเรื่องคือการบังคับใช้กฎหมายกรณีอื่นๆ คดีความที่เกิดขึ้นทั้งหมดและคดีความที่เกิดขึ้นใหม่ ก็ให้ทำไปเต็มอำนาจหน้าที่ ส่วนประเด็นเกี่ยวกับการบริหารวัดพระธรรมกายนั้น ตนได้รับรายงานว่าทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) คณะสงฆ์ โดยเฉพาะเจ้าคณะใหญ่หนกลาง และเจ้าคณะภาค ดำเนินการบางส่วนไปบ้างแล้ว
นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อว่า สำหรับคดีของวัดพระธรรมกายที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินนั้น ดีเอสไออยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบอยู่ ส่วนคดีที่เกี่ยวกับการลุกล้ำที่ดินสาธารณะ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ก็กำลังดำเนินการอยู่เช่นกัน ส่วนสองเรื่องนี้จะมาเจอกันอย่างไรนั้น ทั้งสองหน่วยงานได้พูดคุยกันอยู่ แต่จะไปถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการทำงาน
อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดีดังกล่าวจะต้องสืบสวนสอบสวนไปถึงบุคคลที่ดูแลเงินบริจาคของวัดพระธรรมกายด้วยหรือไม่นั้น ตรงนี้ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและข้อมูลว่า จะไปถึงใครที่ทำผิดกฎหมายหรือไม่ หากผิดกฎหมายก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายให้หมดทุกคน ทั้งนี้ เมื่อดีเอสไอทำงานไปได้สักระยะ ตนจะให้พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ แถลงผลการดำเนินการเกี่ยวกับคดีของวัดพระธรรมกายให้ประชาชนและสังคมให้รับทราบต่อไป เพราะมีเนื้อหารายละเอียดเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย
รมว.ยธ. ยังกล่าวถึงกรณีปรากฎข่าวว่าพระทัตตชีโว รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย นำเงินของวัดออกไปเล่นหุ้นว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ได้รับรายงาน สำหรับระยะเวลาในการใช้อำนาจตามกฎหมาย มาตรา 44 ที่กำหนดให้พื้นที่วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษนั้น เนื่องจากคำสั่งดังกล่าว ได้ให้อำนาจอธิบดีดีเอสไอ ซึ่งขณะนี้เขายังไม่รายงานมาอให้ยกเลิกการใช้กฎหมาย มาตรา 44 และยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย ดังนั้น เมื่อยังไม่มีการเสนอมา ตนก็ยังไม่ได้ทำอะไร
อีกทั้งอธิบดีดีเอสไอเป็นผู้ปฏิบัติและน่าจะมีข้อพิจารณาว่าเรื่องนี้ควรดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยขณะนี้เขายังไม่ได้เสนอมา ก็ต้องปฏิบัติแบบนี้ต่อไป ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวต้องปล่อยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทุกอย่างไปตามกฎหมายและทำด้วยความถูกต้อง
