ศึกสายเลือด น้องเมาจัด ยกพวกรุมแทงคอพี่ชาย วิ่งมาราธอนหนีตาย 2 กิโลเมตร

ศึกสายเลือด

ศึกสายเลือด น้องเมาจัด ยกพวกรุมแทงคอพี่ชาย วิ่งมาราธอนหนีตาย 2 กิโลเมตร

ศึกสายเลือด / วันที่ 24 มิ.ย. พ.ต.อ.จิราวัฒน์ ศักดิศรีวัฒนา ผกก.สภ.หนองขาม ได้รับแจ้งเกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกอาวุธมีดแทงเข้าที่บริเวณลำคอ ร้องขอความช่วยเหลืออยู่บริเวณริมถนนสายศรีราชา -หนองค้อ ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จึงรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชา

ที่เกิดเหตุพบ น.ส.ชลธิขา มั่นธุระ ได้พยายามพยุงตัวนายกฤษณะ สูญกลาง อายุ 26 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการถูกอาวุธมีดทำครัวแทงเข้าที่บริเวณลำคอข้างขวา จนเป็นบาดแผลลึก เจ้าหน้าที่จึงได้รีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลแหลมฉบัง

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พา น.ส.ชลธิชา ซึ่งเป็นแฟนสาวของผู้ได้รับบาดเจ็บ ไปชี้จุดเกิดเหตุ ภายในบ้านพัก ถนนเขาดินบนต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น ที่บริเวณห้องนอนชั้น 2 พบข้าวของกระจัดกระจายอยู่เต็มห้อง พบมีดทำครัวเปื้อนเลือดตกอยู่บนกองเลือด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

น.ส.ชลธิขา เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเองกับสามีได้เดินทางจากโคราช เพื่อมาเยี่ยมแม่สามีที่ป่วย จากการถูกผึ่งต่อย มาพักอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้ไม่นาน สามีตนซึ่งเป็นพี่ชายก็อาศัยนอนอยู่ด้านล่าง ส่วนด้านบนจะมีน้องชายคือนายเอ (สงวนชื่อ) อายุ 18 ปี และเพื่อนอาศัยอยู่

จนกระทั่งเมื่อกลางดึก ของวันที่ 23 มิ.ย. น้องชายและพวกนั่งดื่มเบียร์กันและเปิดเพลงเสียงดัง ส่งผลให้นายกฤษณะ เกิดอาการไม่พอใจเดินขึ้น ไปจับลำโพงทุ่มลงมาด้านล่าง จึงเกิดการทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรงนายเอและเพื่อนไม่พอใจ จึงได้พากันรุมกระทืบอย่างไม่ยั้ง

หลังจากนั้นนายเอ ได้เดินไปคว้ามีดทำครัว เข้ามาแทงพี่ชาย เข้าที่บริเวณลำคอด้านขวาเป็นแผลลึกอาการสาหัส และนายกฤษณะ ก็ได้วิ่งหนีตายลงมาจากชั้นบน จึงได้พยายามพาตนวิ่งออกไปจากบ้านไกลกว่า 2 กิโลเมตร และหาหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าหญ้าริมถนน เนื่องจากถูกนายเอ และเพื่อนไล่ติดตามเพื่อทำร้ายร่างกายต่อ จนกระทั่งรุ่งเช้า จึงได้ออกมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.หนองขามได้กระจายกำลังออกติดตามหาตัวคนร้ายซึ่งเป็นน้องชายของผู้บาดเจ็บแล้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ติดตามตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายไล่ติดตามผู้บาดเจ็บ เพื่อนำมาประกอบรูปคดี และจะติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บทความก่อนหน้านี้เพื่อไทย ประกาศวาระ “24 มิถุนาฯ” ลั่น มีเพียงหนทางเดียวเท่านั้น สู่ประชาธิปไตย
บทความถัดไปเพื่อไทย จี้ ‘อุตตม’ ตอบเอง! ปมปล่อยเงินกู้แบงก์กรุงไทย อย่าหลบหลังคนอื่น!