บีบีซีรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์ก่อการร้ายใจกลางกรุงลอนดอน ใกล้อาคารรัฐสภาอังกฤษ เมื่อวันที่ 22 มี.ค. สกอตแลนด์ยาร์ด ตำรวจนครบาลลอนดอน แถลงสรุปเหตุการณ์ว่า เริ่มเกิดขึ้นช่วงเวลา 14.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น คนร้ายขับรถยนต์ไล่ชนผู้คนบนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ใกล้กับอาคารรัฐสภาและบิ๊กเบน แลนด์มาร์กของกรุงลอนดอน

หน่วยกู้ภัยด้านหน้าอาคารรัฐสภา (Stefan Rousseau/PA via AP).
ผู้คนบนท้องถนนที่ถูกรถไล่ชน มีตำรวจ 3 นายที่เพิ่งกลับจากพิธีเชิดชูเกียรติรวมอยู่ด้วย พยานได้ยินเสียงกรีดร้องและผู้คนราว 40-50 คนวิ่งหนีออกมาจากมุมถนนบริดจ์สตรีต และจัตุรัสรัฐสภา หรือพาร์ไลเมนต์ สแควร์
จากนั้นรถคันดังกล่าวขับพุ่งไปชนรั้วเหล็กจนแน่นิ่ง คนร้ายลงมาจากรถแล้วมุ่งหน้าต่อไปยังตึกรัฐสภา ตรงเข้าแทงตำรวจที่รักษาความปลอดภัยอยู่ ทำให้เจ้าหน้าที่นายอื่นยิงสกัดเข้าใส่คนร้าย โดยพยานได้ยินเสียงเตือนก่อน ตามด้วยการยิงกระสุน 3 นัด

ด้านหน้ารัฐสภา (Stefan Rousseau/PA via AP).
จากภาพของสำนักข่าวเอพี คนร้ายเป็นคนผิวดำ รูปร่างใหญ่ มีดที่ใช้แทงตำรวจตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 2 เล่มจากนั้นเจ้าหน้าที่สั่งปิดล้อมอาคารรัฐสภาห้ามคนเข้าออกนานกว่า 2 ชั่วโมง พร้อมปิดสถานีรถไฟใต้ดินเวสต์มินสเตอร์

ผู้บาดเจ็บที่สะพานเวสต์มินสเตอร์ REUTERS/Toby Melville
ต่อมาอีกราวหนึ่งชั่วโมง ตำรวจแถลงจำนวนผู้เสียชีวิตว่ามีอย่างน้อย 4 ราย ในจำนวนนี้ 2 รายเป็นเหยื่อถูกรถพุ่งชนบนเวสต์มินสเตอร์บริดจ์ ลดลงจากเดิมที่แจ้งว่ามี 3 ราย ส่วนอีกรายเป็นตำรวจที่ถูกแทง ทราบชื่อภายหลังว่า คีธ พาล์มเมอร์
รายสุดท้ายเป็นคนร้ายที่ถูกยิง ทราบภายหลังเป็นบุคคลที่เกิดในอังกฤษ และหน่วยข่าวกรองเอ็มไอไฟว์มีข้อมูลอยู่
ส่วนผู้บาดเจ็บมีกว่า 40 ราย รายหนึ่งเป็นผู้หญิงที่ตกลงไปในแม่น้ำเทมส์ อาการสาหัส นอกจากนี้ยังมีนักเรียนวัยรุ่นฝรั่งเศส 3 คน และชาวโรมาเนียคู่หนึ่ง

เจ้าหน้าที่ช่วยผู้บาดเจ็บ / REUTERS/Toby Melville
ด้านนางเธเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษที่ได้รับการคุ้มกันให้ไปอยู่ในที่ปลอดภัยสั่งเรียกประชุมคณะรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือคอบรา พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจต่อญาติผู้สูญเสียในเหตุการณ์ ส่วนผู้นำนานาประเทศต่างแถลงและส่งสารแสดงความเสียใจ

มีดแทงตำรวจตกอยู่ในที่เกิดเหตุ (Stefan Rousseau/PA via AP).
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงทั้งหมด ทั้งตำรวจหน่วยสืบสวนสอบสวน เจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับ เอ็มไอไฟว์ เปิดการสอบสวนเหตุการณ์นี้เป็นเหตุก่อการร้ายอย่างเต็มรูปแบบ เบื้องต้นเชื่อว่าคนร้ายลงมือตามลำพังคนเดียว

บีบีซีแสดงกราฟิกจุดที่คนร้ายก่อเหตุ BBC
ด้านเอพีตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงการก่อการร้ายที่ใช้รถยนต์เป็นอาวุธพุ่งชนคน ต่อเนื่องจากเหตุที่ฝรั่งเศส ในวันที่ 14 ก.ค.2559 ที่หนุ่มตูนิเซียขับรถบรรทุกยักษ์ไล่ชนคนที่ออกมาฉลองวันชาติ เหยื่อเสียชีวิต 86 ราย และเหตุหนุ่มตูนิเซียอีกคน ก่อเหตุลักษณะเดียวกันที่ตลาดคริสต์มาสกรุงเบอร์ลินของเยอรมนี มีผู้เสียชีวิต 12 ราย เมื่อเดือนธ.ค.2559
นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นตรงกับวันครบรอบ 1 ปี การก่อการร้ายที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยสมาชิกสายสุดโต่งที่เชื่อมโยงถึงกองกำลังอิสลาม หรือไอเอส สังหารเหยื่อ 32 ราย ขณะที่อังกฤษเองเพิ่งใช้มาตรการห้ามผู้โดยสารเครื่องบินนำแล็ปท็อปขึ้นเครืี่องบางสายการบิน เนื่องจากได้รับรายงานเสี่ยงภัยก่อการร้ายจากไอเอส