หนีตายวุ่น! ไฟไหม้โรงงานเฟอร์นิเจอร์ ย่านลาดพร้าว เล่าระทึกก่อนเพลิงเผาวอด

ระทึก! ไฟไหม้โรงงานเฟอร์นิเจอร์ ย่านลาดพร้าว เผาวอดทั้งหลัง เจ้าหน้าที่ระดมฉีดดับเพลิงวุ่น เผยก่อนเกิดเหตุพบคนงานกำลังเชื่อมเหล็กเกิดประกายไฟติดทินเนอร์ ก่อนเพลิงไหม้วอดดังกล่าว

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 ก.ค. ร.ต.อ.ปฏิพัทธิ์ ทองทับ รองสารวัตร(สอบสวน) สน.โชคชัย รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โรงงานในซอยนาคนิวาส 12 ถนนนาคนิวาส แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. หลังรับแจ้งจึงประสานรถน้ำสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานทำเฟอนิเจอร์  ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง และผลิตเฟอนิเจอร์ เลขที่ 13 ลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียว ติดกันมีบ้านพัก และหอพักอีกหลายคูหา โดยเพลิงกำลังลุกไหม้โรงงานอย่างรุนแรง มีกลุ่มควันดำหนาแน่นมองเห็นได้จากระยะไกลหลายกิโลเมตร

ประกอบกับภายในโรงงานมีเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ และวัสดุทำเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เช่น สี ทินเนอร์ ฟองน้ำ และไม้ เป็นจำนวนมาก เพลิงจึงได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว และในพื้นที่ไม่มีประปาหัวแดงหรือแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้การคุมเพลิงเป็นไปอย่างล่าช้า โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

เจ้าหน้าที่เร่งดับ ไฟไหม้โรงงานเฟอร์นิเจอร์ ย่านลาดพร้าว
เจ้าหน้าที่เร่งดับ ไฟไหม้โรงงานเฟอร์นิเจอร์ ย่านลาดพร้าว

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบบ้านเลขที่ 18/87 ที่อยู่ติดกันกับโรงงานได้ถูกความร้อนบริเวณกำแพงบ้าน และห้องน้ำได้รับความเสียหาย ส่วนโรงงานถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด พร้อมรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ในโรงงานอีก 2 คัน โดยมีบาดเจ็บ 2 ราย ถูกไฟลวกบริเวณแขนซ้าย จึงเร่งนำส่งโรงพยาบาลนพรัตน์ ส่วนอีกรายศีรษะแตก นำส่งโรงพยาบาลเปาโล สยาม

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อนจากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ให้การว่า มีการเชื่อมเหล็ก ก่อนเกิดเหตุไฟม้

ด้าน ร.ต.อ.ปฏิพัทธิ์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการสอบปากคำผู้จัดการบริษัททราบว่าทางบริษัทมีนายทุนใหญ่เป็นชาวสิงคโปร์ โดยเช่าโรงงานดังกล่าวเป็นที่ประกอบเฟอนิเจอร์ เบื้องต้นได้ให้ผู้จัดการเข้าให้ปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง และให้เรียกคนงานที่อยู่ในที่เกิดเหตุมาให้ปากคำด้วย พร้อมประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุหาสาเหตุเพลิงไหม้ต่อไป

บทความก่อนหน้านี้อำลา! “บิ๊กตู่” ชักภาพสุดท้าย “รัฐบาล คสช.” หลังบริหารประเทศ มากว่า 5 ปี
บทความถัดไปแนะนำผลิตภัณฑ์ : คอลัมน์ ใหม่ถอดด้าม