มาเฟียไอริช ผลงานสุดโหด หนีกบดานไทย จนมุมเพราะท้องร้อง สิ้นลายนักเลงโต

มาเฟีย ไอริช ผลงานสุดโหด หนีกบดานไทย จนมุมเพราะท้องร้อง สิ้นลายนักเลงโต

มาเฟีย – วันที่ 19 ก.8. ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท. ผบช. สตม.,พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช. สตม.,พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผบก.ตม.1,พ.ต.อ.เจนกมล คำนวล รอง ผบก.ตม.1 พ.ต.อ.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัยผกก.สส.บก.ตม.1

แถลงจับกุมนายโจนาธาน เทอเรย์ ชาวไอริช ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ 6 คดีอุกฉกรรจ์ในประเทศไอร์แลนด์ แล้ว หลบหนีหมายจับมาซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย โดยพักอาศัยอยู่กับแฟนสาวชาวไทยในคอนโดย่านสุขุมวิท

โดย พ.ต.อ เจนกมล เปิดเผยว่า คดีนี้เรา ได้รับการประสานจากเอกอัครราชฑูตอังกฤษประจำประเทศไทยว่า นายโจนาธาน ได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนบาดเจ็บสาหัส ทั้งยังเคยโจรกรรมและมีคดีความเกี่ยวกับอาวุธปืนในประเทศไอร์แลนด์ห้วงปี 2558-2561 ก่อนจะหลบหนีมาเมืองไทย

โดยผู้ต้องหา พยายามปกปิดข้อมูลที่พักอาศัย ด้วยการแจ้งที่พักอาศัยและหมายเลขโทรศัพท์ไม่ตรงกับความจริง รวมถึงยังโยกเปลี่ยนที่พักไปมา โดยเช่า ห้องพักไว้ 3-4 ห้อง และจะส่งพัสดุลวงไปยังห้องอื่นที่ตนเองไม่ได้พักอยู่

รวมถึงเดินทางอยู่ตลอดเวลาทั้งในต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวได้ จนพบว่ามีแฟนสาวคนไทย คอยส่งอาหารให้ที่คอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิท 58 จึงนำกำลังไปซุ่มรอก่อนจับกุมตัวได้ในที่สุด

ทั้งนี้นายโจนาธาน เป็นคนมีฐานะ และมีความชื่นชอบในศิลปะป้องกันตัวมวยไทย จึงได้เข้าคอร์สเรียนเพื่อขึ้นชกชิงแชมป์ในเวทีต่างๆ

ไนจีเรียฉ้อโกงอีกคดี

นอกจากนั้ยัง ร่วมแถลงการจับกุมนายเบอร์ทาน อาคาลย์ ชาวไนจีเรีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2015/2558 ลงวันที่ 14 ก.ย. 2554 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันปลอม-ใช้เอกสารปลอม ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จฯ และร่วมกันกระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”

ทั้งนี้ก่อนการจับกุมครั้งนี้ ทางการไทยได้จับกุมสมาชิกแก๊งนี้ได้แล้ว 2 ราย คือนายไบรท์ ชโยก นีดูบูซ และนายออนยีคาชุกวู เอลวิส สมาร์ท อึ้กบลู ดำเนินคดีไปแล้วตั้งแต่ปี 2558

ก่อนสืบทราบว่า นายเบอร์ทาน เป็นหนึ่งในตัวการสำคัญของแก๊ง และได้หลบหนีการจับกุมมาตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งมีหน้าที่ทำธุรกรรมบัญชีการเงิน โดยปลอมอีเมล์ของบริษัทและส่ง ไปหาลูกค้าของบริษัท เพื่อให้โอนเงินเข้ามา ก่อนจะนำเงินดังกล่าวส่งต่อไปยังสมาชิกเครือข่ายเพื่อฟอกเงิน ทั้งนี้ การกระทำของเครือข่ายดังกล่าวเคยสร้างความเสียหายสูงสุดถึง 370 ล้านบาท

กระทั่ง พบว่า นายเบอร์ทาน ได้มายื่นขอวีซ่าอยู่ต่อในราชอาณาจักรในฐานะนักศึกษาของสถาบันแห่งหนึ่ง และเมื่อตรวจสอบหนังสือพาสปอร์ตพบว่าผู้ต้องหาได้เปลี่ยนเล่มใหม่เพื่อเลี่ยงการติดตามข้อมูล แต่เจ้าหน้าที่ได้ใช้ระบบตรวจอัตลักษณ์บุคคลไบโอเมตริกซ์ ตรวจพบว่า นายเบอร์ทาน เป็นบุคคลตามหมายจับ จึงได้จับกุมตัวและส่งดำเนินคดีต่อไป

บทความก่อนหน้านี้บิ๊กตู่ เก็บตัวเงียบ ซุ่มเตรียมพร้อม​แถลงนโยบาย หลัง​ วิษณุ เครืองาม ส่งร่างถึงมือ
บทความถัดไปกกท. รับคาดเหรียญ ซีเกมส์ ลำบาก-ยันเป้าเจ้าทองกีฬาสากล