จับคาสนามบิน หนุ่มแอบอ้างผบก.ป. ค้นรถ-บ้าน เจอปืน19กระบอก-เงิน7ล. ไอซ์-กัญชา

หนุ่มอ้างผบก.ป.
จับหนุ่มอ้างเป็นผู้การกองปราบ ค้นเจอทั้งปืน-เงินอื้อ

จับคาสนามบิน หนุ่มแอบอ้างผบก.ป. ค้นรถ-บ้าน เจอปืน19กระบอก-เงิน7ล. ไอซ์-กัญชา

หนุ่มอ้างผบก.ป.  / เมื่อเย็นวันที่ 24 ก.ค. ที่ กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รองผบก.ป.

พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก. 1 บก.ป. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก. 3 บก.ป. และพ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สนับสนุน บก.ป

ร่วมแถลงจับกุมนายณัฐพงษ์ ธรรมทอง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/34 รัชดา-รามอินทรา แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กทม. ผู้ต้องหาคดีครอบครองอาวุธปืนและยาเสพติด (ยาไอซ์) ภายหลังจับกุมตัวได้ที่อาคารจอดรถภายในสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ

พร้อมของกลาง อาวุธปืนออโตเมติก และปืนยาว รวม 19 กระบอก เงินสดอีก 7.8 ล้านบาท ที่ได้จากการตรวจค้นรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ ป้ายแดง รุ่น GLC 250 d ของผู้ต้องหา และตรวจค้นขยายผล ก่อนนำตัวมาสอบสวนขยายผลการจับกุม

พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า ก่อนหน้าได้มีผู้ให้ข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา มีผู้ขับรถเบนซ์ป้ายแดงเข้าไปฝากจอดที่อาคารจอดรถสนามบินดอนเมือง พร้อมอ้างตัวว่าเป็น‘ผู้การกองปราบ’ และจะมารับรถในวันที่ 22 ก.ค. สงสัยว่ารถคันดังกล่าว น่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

หลังทราบเรื่องตนก็สั่งการให้ชุดสืบสวนกองปราบฯ ทำการตรวจสอบทันที โดยเมื่อเวลาประมาณ 18.05 น. วันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา พบผู้ต้องหาขับรถคันดังกล่าว ติดแผ่นป้ายทะเบียน (ป้ายแดง) ต 9345 กทม. ออกมาจากอาคารที่จอดรถ ภายในประเทศ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบทันที

ภายในรถพบนายณัฐพงษ์ เป็นคนขับ ตรวจสอบแล้วไม่ได้เป็นตำรวจตามที่กล่าวอ้าง จึงเข้าตรวจค้นรถ พบปืนกล็อก 3 กระบอก โค้ลท์ 1 กระบอก ปืนขนาด .380  อีก 1 กระบอก กระสุนปืนอีก 116 นัด อุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืนอีกส่วนหนึ่งอยู่บริเวณท้ายรถ

เมื่อค้นอย่างละเอียดยังพบเงินสดอยู่ในกระเป๋าเดินทางอีก 2 กระเป๋า เป็นเงิน 4 ล้านบาท อุปกรณ์เสพยาเสพติด 1 ชุด และยาไอซ์อีกประมาณ 0.52 กรัม ซุกซ่อนอีกด้วย จึงควบคุมตัวนายณัฐพงษ์ไปตรวจหาสารเสพติด ก็พบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ก่อนควบคุมตัวมาดำเนินคดี

พล.ต.ต.จิรภพ เปิดเผยต่อว่า สอบสวนนายณัฐพงษ์ ยังให้การปฏิเสธ อ้างว่าตนเองและคนในครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยส่งให้กับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่จังหวัดเลย นอกจากนี้ยังทำธุรกิจเกี่ยวกับรถตู้โดยสารวิ่งระหว่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-สมุทรสาคร และหมอชิต-สมุทรสาคร มีรถอยู่ประมาณ 50 คัน ทำให้เวลาไปไหนมาไหนก็จำเป็นจะต้องมีอาวุธปืนไว้เพื่อป้องกันตัวและทรัพย์สิน ซึ่งวันที่ถูกจับกุมก็เพิ่งไปรับเงินที่ขายสลากฯจากลูกค้ามาดังกล่าว

พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวอีกว่า ต่อมาวันนี้ ตนจึงสั่งการให้พนักงานสอบสวน ขอหมายค้นศาลอาญาและศาลจังหวัดมีนบุรี เข้าตรวจค้นบ้านพัก บริษัท และคอนโดมิเนียมของนายณัฐพงษ์ฯ รวม 4 จุด คือ ที่บ้านเลขที่ 9/12 ซอยรัชดาภิเษก 33 แขวง-เขตจตุจักร ซึ่งนายณัฐพงษ์ เช่าไว้เป็นที่ประกอบกิจการรถตู้ขนส่งมวลชน ขสมก.

พบโพยหวยใต้ดินจำนวนหนึ่ง เครื่องคอมพิวเตอร์ อาวุธปืนยาว พร้อมอุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืน กัญชาแห้งประมาณ 23.6 กรัม กระสุนปืนชนิดต่าง ๆ ประมาณ 2,759 นัด รวมถึงใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน รวมทั้งสิ้น 39 รายการ

จุดที่ 2-3 เข้าค้นบ้านเลขที่ 599/12-13 ซอยรัชดาภิเษก 29 หมู่บ้านกลางกรุงรัชวิภา ถนนกำแพงเพชร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ซึ่งเป็นบ้านสองหลังอยู่ติดกัน พบเงินสดอีกประมาณ 3.8 ล้านบาท อาวุธปืนยาว อาวุธปืนสั้น รวม 14 กระบอก ชุดอุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืน 6 ชิ้น กระสุนปืนชนิดต่าง ๆ อีก 100 กว่านัด

และยังพบอีกว่าอาวุธปืนบางกระบอก มีการสับเปลี่ยนลำกล้อง ท่ออุปกรณ์เก็บเสียง ซึ่งถือว่าเป็นยุทธภัณฑ์ ก่อนรวบรวมนำส่งตรวจตรวจสอบ ว่ามีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่

ส่วนจุดที่ 4 เข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 66/34 ตึกA ชั้น 7 คอนโดแชมเบอร์รามอินทรา แขวง-เขตคันนายาว กรุงเทพฯ พบวัตถุคล้ายเป็นพืชกัญชาตากแห้ง จำนวนหนึ่ง พร้อมกับพบมวนบุรี่ที่เอายาสูบออกแล้ว และยาสูบอยู่ในกล่องพลาสติกอีก 1 กล่อง

พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวด้วยว่า หลังการตรวจค้นเสร็จสิ้น ก็ได้นำอาวุธปืน กระสุนปืน รวมทั้งสิ่งของที่ตรวจค้นพบทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวน กก. 1 บก.ป. เพื่อตรวจสอบว่าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ดังกล่าวได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ ส่วนโพยหวยใต้ดิน และยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ก็ได้ให้มีการดำเนินเพิ่มเติม พร้อมกับนำตัวนายณัฐพงษ์ ผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังแล้ว

พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวอีกว่า จากการสืบสวน ทราบด้วยว่า ผู้ต้องหานั้นเป็นลูกน้องของเสธทหารนอกราชการคนดัง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลอยู่ว่า เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมหรือไม่ ส่วนภรรยาของผู้ต้องหานั้นก็มีประวัติเคยถูกดำเนินคดีฉ้อโกงมาก่อน

ดังนั้นตนอยากฝากเตือนประชาชนด้วยว่า หากใครไปแอบอ้างเป็นผู้การกองปราบ หรือเป็นตำรวจกองปราบ ก็ขอให้เขาแสดงบัตร หากไม่แน่ใจว่าเป็นตำรวจกองปราบจริงหรือไม่ ก็ให้ถ่ายรูปบัตรแล้วส่งมาให้กองปราบ ตรวจสอบให้ได้ทันที่ เพื่อป้องกันพวกแอบอ้างหาผลประโยชน์หรือหลีกเลี่ยงถูกจับกุมสิ่งผิดกฎหมาย

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้ขนส่งทางบก ชวนประมูลเลขทะเบียนรถสวย หมวดอักษร “กค” เบตง
บทความถัดไปเบิ้ล ปลื้มสร้างบ้านให้พ่อแม่ แจงแต่งหญิงเอาใจแฟนคลับ อึ้งมีฝรั่งไดเร็กต์มาจีบ