จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปไวรัลโฆษณาลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาล ที่สนับสนุนโดยหน่วยงานของรัฐหลายแห่งประกอบด้วย สานพลังประชารัฐ, ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน, ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน, เครือข่ายอุบัติเหตุ รวมถึงหน่วยงานด้านสุขภาพ อย่างกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกระทรวงสาธารณสุข โดยในคลิปโฆษณามีการนำเสนอเรื่องราวของวัยรุ่นชายที่เมาเหล้าขับรถจักรยานยนต์จนเกิดอุบัติเหตุชนคนตาย ส่วนตัววัยรุ่นอาการสาหัสต้องเข้ารับการผ่าตัดในโรงพยาบาล ทำให้มารดาต้องไปกู้เงินนอกระบบเพื่อมาจ่ายค่ารักษา แต่สุดท้ายลูกชายก็เสียชีวิต แถมยังถูกเจ้าหนี้ตามทวงหนี้ ด้วยทำให้ผู้เป็นแม่ตัดสินใจฆ่าตัวตายตาม โดยในโฆษณามีการนำเสนอวิธีการฆ่าตัวตายอย่างชัดเจน จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงการแพทย์จำนวนมากว่า สสส. และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสุขภาพ ไม่ควรปล่อยให้คลิปโฆษณานี้ออกมาได้ เพราะจะทำให้เกิดการลอกเลียนแบบ โดยเฉพาะคนที่กำลังมีปัญหาชีวิต
เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ทางกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ออกแถลงการณ์ขอแสดงความเสียใจต่อภาพสื่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากภาพยนตร์โฆษณารณรงค์ลดอุบัติเหตุ ชุด “สงกรานต์สุดท้าย” มีใจความว่า หลังจากภาพยนตร์โฆษณารณรงค์ลดอุบัติเหตุ ชุด “สงกรานต์สุดท้าย” ที่ได้เผยแพร่ไปเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๐ และเกิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงเนื้อหาของสื่อรณรงค์ที่สื่อไปในทางความรุนแรงนั้น ฝ่ายสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ขอน้อมรับทุกความคิดเห็น และพร้อมนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงในการดำเนินงานต่อไป
ขอเรียนว่า วัตถุประสงค์สำคัญของการพัฒนาสื่อรณรงค์ชุดนี้ สสส. จัดทำขึ้น โดยมีเป้าหมายที่หวังสร้างความตระหนักถึงผลกระทบของการดื่มแล้วขับ ที่ไม่เพียงส่งผลต่อผู้ดื่มเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบถึงคนรอบข้าง และคนในสังคม เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญของปัญหาอันเนื่องมาจากพฤติกรรมการดื่มแล้วขับ และร่วมกันระมัดระวังการขับขี่ให้ปลอดภัยบนท้องถนน เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุและการสูญเสีย
จากข้อคิดเห็นต่างๆ ขณะนี้ สสส. และทีมงานผู้ผลิต ได้พิจารณาถอดวิดีโอดังกล่าวออกจากสื่อช่องทางต่างๆ แล้ว เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยจะได้นำข้อห่วงใย และข้อเสนอแนะต่างๆ ไปปรับใช้เพื่อพัฒนาให้เกิดประโยชน์ยิ่งขึ้น
สุดท้ายนี้ สสส. และทีมงานผู้ผลิต ขอแสดงความเสียใจและขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง และจะพัฒนาสื่อรณรงค์เพื่อสังคมด้วยความระมัดระวัง และรอบคอบให้ดีที่สุดต่อไป
ด้าน นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้ากลุ่มงานที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวว่า โดยหลักวิชาการแล้วการนำเสนอวิธีการฆ่าตัวตายนั้นจะมีผลมากกับคนเปราะบาง ช่วงชีวิตอยู่ในลักษณะเดียวกันกับโฆษณาจะกลายเป็นการชักชวนว่าการฆ่าตัวตายคือทางออก ดังนั้นเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังมาก ซึ่งในอดีตมักพบจากการพาดหัวข่าวของสื่อกระแสหลัก เช่น อกหัก รักคุด สอบตก เป็นต้น ปัจจุบันสื่อกระแสหลักเห็นความสำคัญเรื่องนี้มากขึ้นแล้ว แต่ที่เป็นปัญหาในปัจจุบันคือโซเชียลมีเดียซึ่งไม่สามารถจำกัดคนใช้งาน จำกัดกลุ่มคนรับสารได้
ดังนั้น การจะนำเสนออะไรต้องระมัดระวัง คิดถึงคนทั้งหมดเพราะเราไม่สามารถจำกัดการเข้าถึงได้ แม้ว่าจะไม่มีผลกระทบมากนักกับคนทั่วไปเพราะถือว่ายังมีวิจารณญาณ แต่ทางที่ดีคือไม่ควรนำเสนอข้อมูลในลักษณะนี้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดตอนนี้ตนไม่เห็นคลิปวิดีโอดังกล่าวแล้ว คาดว่าทาง สสส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องน่าจะตระหนักถึงเรื่องนี้แล้วถอดออกแล้วหรือไม่
