วันที่ 12 เม.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.ผ่องนภา ฐิติวัชระ หนึ่งในลูกทัวร์ผู้เสียหายที่ถูกลอยแพไปประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า เพื่อนตนเป็นคนชักชวนให้ตนไปเที่ยวญี่ปุ่นเพราะมีโปรโมชั่นตั๋วการเดินทางที่ราคาถูกจากบริษัท เวลท์เอเวอร์ จำกัด ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางครั้งนี้ ประมาณ 10,000-20,000 บาท ตนจึงสนใจและโอนเงินจำนวน 10,000 และมาตามเวลานัดหมาย แต่ก็ไม่พบ ตัวแทน และไม่มีเอกสารใดๆ มีเพียงสลิปเงินที่ตนโอนเพียงเท่านั้น ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ ตนก็ไม่สามารถที่จะติดต่อตัวแทนหัวหน้าทีมได้อีกเลย จึงเดินทางมาแจ้งความที่กองปราบ ส่วนเพื่อนคนที่จะร่วมเดินทางที่เจอที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก็บอกว่ายังเชื่อมั่นว่าจะได้เงินคืนจากหัวหน้าทีม จึงไม่ดำเนินการแจ้งความ

ขณะที่น.ส.สิริพิชชา อิงอนุรักษ์สกุล อายุ 24 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ของตนต่างจากคนอื่นเนื่องจากตนไม่ใช่การขายตรงแต่เป็นการขายทัวร์อย่างเดียว ซึ่งตนเป็นสมาชิกเทรดออนไลน์หนึ่งซึ่งสามารถใช้เทรดในการแลกซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ ได้ ตนใช้เทรด 50 เปอร์เซ็นต์ และเงินสด 50 เปอร์เซ็นต์รวมเป็นเงินจำนวน 30,000 ในการซื้อตั๋วดังกล่าว ตนยืนยันว่าไม่รู้จักบริษัทดังกล่าวเลย แต่จะมีแม่ข่าย ทราบชื่อ มาดาม ซู ของบริษัทดังกล่าวมาขายตั๋วในเทรดออนไลน์ดังกล่าว โดยส่วนตัวตนใช้บริการบริษัททัวร์อยู่แล้วราคาประมาณนี้ แต่ไม่เคยใช้บริการของบริษัททัวร์ เวลท์เอเวอร์ จำกัดมาก่อน

แต่สนใจเพราะเห็นว่ามีราคาที่ถูกคนละ 10,000 ตนจึงตัดสินใจโอนเงินให้ไป 30,000 บาท และไม่ทราบว่าการโอนเงินจ่ายค่าทัวร์คือการสมัครสมาชิก ทั้งนี้เมื่อโอนเงินเรียบร้องจะมีแม่ข่ายลาดเข้าไปยังกลุ่มทัวร์โดยมีลูกทัวร์จำนวน 60 คน ที่อยู่ในความดูแลของแม่ข่ายนั้น แม่ข่ายจะทำหน้าที่แจ้งนัดสถานที่ เอกสารต่าง ๆ การเตรียมตัวในการเดินทาง จากนั้นเมื่อมาถึงสนามบินเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 11 เมษายน จะเข้าเช็คอินก็ไม่สามารถเช็คอินได้ จึงได้ติดต่อแม่ข่ายได้อยู่ แต่อ้างว่าจะมีการเลื่อนไฟลท์ต่าง ๆ ตนจึงตัดสินใจสอบถามทางการท่าจึงรู้ว่าไม่มีการจองทัวร์ดังกล่าว

ต่อมาเวลา 13.00 น. ภายหลังการประชุมวางแนวทางในการดำเนินคดีกับซินแส โซกุน และการเยียวยาช่วยเหลือเหยื่อ ซึ่งใช้เวลาในการประชุมนาน กว่า 2 ชม. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ได้เรียกผู้เสียหายเพื่อพูดคุยทำความเข้าใจถึงแนวทางการทำงาน พร้อม เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหายอยู่ทั่วประเทศ แต่ขอรวบรวมรายละเอียดข้อเท็จจริงให้เรียบร้อยเสียก่อนว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง และจะพยายามนำเงินมาคืบผู้เสียหายให้มากที่สุดและจะทำการติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาให้ได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ต้องชี้แจ้งว่าหัวหน้าข่ายไม่สามารถคืนเงินให้ผู้เสียหายได้เพราะตัวหัวหน้าข่ายก็เป็นผู้เสียหายที่โดนน.ส.พิสิษฐ์ อริญชญ์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน กรรมการบริหารบริษัทเวลล์เอเวอร์หลอกเช่นกัน ขณะนี้ตำรวจได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน และขยายผลว่ามีผู้ร่วมขบวนการ หรือมีผู้บงการอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เบื้องต้นแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์สินของ ซินแสโชกุน มาเฉลี่ยคืนผู้เสียหายทุกคนให้ได้ โดยประเมินความเสียหายไว้ที่ประมาณ 20 ล้านบาท จากการตรวจสอบพฤติการณ์พบว่าซินแสโชกุน ได้ก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาหลายครั้งและใช้รูปแบบเดิมในการก่อเหตุ เปลี่ยนเพียงชื่อเท่านั้น อย่างไรก็ตามอยากให้ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ส่วนบุคคลใดที่ไม่ประสงค์เข้าแจ้งความก็จะไม่ได้สิทธิ์ทางแพ่งและไม่ได้รับเงินคืน

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า ภายหลังจากเกิดเรื่องเมื่อคืนนี้ซินแสโชกุลได้ส่งคลิปเสียงผ่านไลน์กลุ่ม โดยไม่ให้ผู้เสียหายแจ้งความกับตำรวจและอ้างว่าเหตุที่ต้องยกเลิกเที่ยวบิน เกิดจากผู้เสียหาย รวมตัวแจ้งความกับตำรวจ จึงส่งผลกระทบต่อสายการบิน ทำให้สายการยินไม่สามารถส่งเครื่องบินมารับผู้โดยสารได้ ซึ่งทางพล.ต.ท.ฐิติราช เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้คลิปเสียงนี้แล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะแจ้งข้อหาอื่นกับซินแสโชกุนได้อีกหรือไม่ พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัว ซินแสโชกุน มาที่กองบังคับการปราบปรามภายในวันนี้ เวลา 18.00 น. อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารพบความเคลื่อนไหวของซินแสโชกุนที่จังหวัดระนอง และอยู่ระหว่างการติดตามนำตัวมาที่กองบังคับการปราบปราม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน