จับหนุ่มแสบ แก๊งลักบัตรเครดิต ก่อเหตุในรถทัวร์ นักท่องเที่ยวเยอรมัน สูญเกือบแสน

แก๊งลักบัตรเครดิต

จับหนุ่มแสบ แก๊งลักบัตรเครดิต ก่อเหตุในรถทัวร์ นักท่องเที่ยวเยอรมัน สูญเกือบแสน

แก๊งลักบัตรเครดิต  /  เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่ห้องประชุม กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 ศูนย์การค้าธัญญาปาร์ค ถนนศรีนครินทร์ พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท.

พร้อมด้วย พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.อำนาจ โฉมฉาย รอง ผบก.ทท.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว

ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนายธวัชรัตน์หรือ พิธาวัชร์ หรือประสิทธิ์ หรืออนุชิต ฝ้ายเพ็ชร์ หรือ อัครฐิติวีรกุล หรือหมง อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 666/62 ลงวันที่ 3 ต.ค. 2562 ในความผิดฐาน

“ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออก ได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าค่าบริการ หรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกถอนเงินสด” โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณแมนชั่นแห่งหนึ่งย่านบางอ้อ จรัญสนิทวงศ์ กรุงเทพฯ

พล.ต.ท.เชษฐา กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ทท. ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน ว่าบัตรเครดิตจำนวน 2 ใบหายไประหว่างโดยสารรถทัวร์ซึ่งเป็นรถไม่ประจำทาง จากเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี มายัง กทม. เพื่อต่อรถไปเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา

ต่อมาพบว่าบัตรเครดิตที่หายไปถูกนำไปใช้จำนวน 6 ครั้ง ในห้างสรรพสินค้าย่านรามอินทรา รวมมูลค่าเกือบ 1 แสนบาท เจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ที่นำไปใช้คือนายธวัชรัตน์ หรือ พิธาวัชร์ หรือประสิทธิ์ หรืออนุชิต ฝ้ายเพ็ชร์ หรือ อัครฐิติวีรกุล หรือหมง ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดมีนบุรี อนุมัติหมายจับจนนำมาสู่การจับกุม

พล.ต.ท.เชษฐา กล่าวต่อว่า สำหรับการก่อเหตุลักษณะนี้จะทำเป็นขบวนการ โดยจะมีพนักงานประจำรถโดยสารร่วมมือกับผู้ต้องหา ฉวยโอกาสขณะนักท่องเที่ยวเผลอจะลอดตัวไปทางช่องพิเศษซึ่งได้เจาะไว้ ไปยังห้องเก็บสัมภาระใต้ท้องรถ จากนั้นจะลงมือก่อเหตุลักทรัพย์สิน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

หรือหากเป็นรถโดยสารปกติ จะอาศัยช่วงที่นักท่องเที่ยวอยู่ห่างจากกระเป๋าสัมภาระ ลักทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว เช่นเงินสด และบัตรอิเล็กทรอนิกส์ จากนั้นพนักงานประจำรถจะนำมาขายต่อให้กับนายธวัชรัตน์ ในราคาใบละ 3-5 พันบาท ก่อนที่นายธวัชรัตน์ จะนำบัตรมารูดซื้อสินค้าราคาแพงตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ไปขายต่อแลกเป็นเงินสดก่อนจะนำมาแบ่งกันอีกครั้ง

พล.ต.ท.เชษฐา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติ นายธวัชรัตน์เคยก่อเหตุลักษณะเช่นนี้มาแล้วหลายครั้งในหลายพื้นที่ และเป็นผู้ต้องหาในความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ในยวดยานสาธารณะในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นๆ เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นและใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นเพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าแทนเงินสดโดยมิชอบ ในท้องที่สน.ชนะสงคราม

และถูกตำรวจท่องเที่ยวจับ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2558 ซึ่งอยู่ระหว่างประกันตัว และหลบหนีศาล จนถูกออกหมายจับ ระหว่างที่หลบนี้ยังก่อเหตุมาตลอด และถูกจับดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ลักทรัพย์ และรับของโจร ในพื้นที่จ.นครราชสีมา และจ.ภูเก็ต ศาลพิพากษาให้จำคุกมาแล้ว 2 ครั้ง ก่อนพ้นโทษออกมาในปี’61 และมาก่อเหตุซ้ำจนถูกจับกุมในที่สุด

จากนี้จะนำตัวส่งศาลอาญาเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม ฝากพี่น้องประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยสารรถประจำทางหรือรถทัวร์ต่างๆ ที่ต้องเดินทางไกลๆ ให้ระวังเรื่องทรัพย์สินเป็นพิเศษ อย่าเก็บห่างตัวเพื่อเป็นการปิดช่องว่าง ไม่ให้คนร้ายมาก่อเหตุในลักษณะนี้อีกได้โดยง่าย

 

 

บทความก่อนหน้านี้พลังประชารัฐ เล็งติว ส.ส. อภิปราย พ.ร.บ.งบฯ 63 ‘สนธิรัตน์’ เชื่อผ่านฉลุย ไม่ปริ่มน้ำ
บทความถัดไปเพื่อไทยเดือด! สมพงษ์ แถลงสวนมติภาคกทม. ลั่นยังไม่มีมติส่งผู้ว่าฯกทม.ชน“ชัชชาติ”