เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 14 เม.ย. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ร.ต.อ.กฤษณ์ พิพัฒน์พูนสิริ พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ควบคุมตัว น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือซินแสโชกุน สาวหล่อ อายุ 30 ปี กรรมการบริหารบริษัทเวลล์ เอฟเวอร์ จำกัด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ จ.939/2560 ลงวันที่ 12 เมษายน2560 ข้อหาฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ที่มีผู้เสียหายกว่า 2,000 ราย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

จากการหลอกลวงให้ซื้อสินค้าประเภทอาหารเสริมเพื่อแลกกับโปรโมชั่นทัวร์ประเทศญี่ปุ่น 5 คืนราคาถูก มีผู้เสียหายจำนวนมากหลงเชื่อชำระเงินให้ผู้ต้องหา แต่กลับถูกลอยแพคาสนามบินสุวรรณภูมิ มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 14-25 เม.ย. เนื่องการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นต้องสอบพยานเพิ่มอีก 50 ปาก และรอผลตรวจสอบบัญชีเงินฝากของผู้เสียหายและผู้ต้องหา รอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ ประวัติการต้องโทษผู้ต้องหา และอื่นๆ

โดยพนักงานสอบสวน ระบุพฤติการณ์สรุปว่า น.ส.พสิษฐ์ ผู้ต้องหาร่วมกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาดำเนินคดี ชักชวนประชาชนทั่วไปร่วมเข้าเป็นสมาชิกของบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารเสริม โดยอ้างว่าจะมีสิทธิได้เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศในแถบเอเชีย ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อหลายพันคนจ่ายเงินเข้าบัญชีแม่ข่ายแต่ละสายที่พวกผู้ต้องหาให้สมาชิกชำระเงิน จำนวน 9,700 บาทต่อคน และจะได้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอีก 2 กระปุก ซึ่งคาดการณ์ว่าน่าจะมีมูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท

โดยผู้ต้องหากับพวกได้สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการนำสมาชิกกลุ่มแรกที่มีจำนวนไม่มากไปท่องเที่ยวที่ฮ่องกงและญี่ปุ่น กระทั่งสมาชิกอื่นหลงเชื่อว่าธุรกิจมีอยู่จริง แต่หลังได้รับเงินแล้วมีผู้เสียหายประมาณ 470 คน ได้เดินทางไปที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 11 เม.ย. ระหว่าง 18.00-20.00 น. เพื่อเตรียมขึ้นเครื่องไปประเทศญี่ปุ่น แต่ไม่สามารถเดินทางไปได้เพราะไม่มีการจองตั๋วเครื่องบินไว้ตามที่ผู้ต้องหาอ้าง ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหายังมีพฤติการณ์ฉ้อโกงลักษณะเดียวกันระหว่างปี 2557-2559 อีก 4 พื้นที่ในเขต สภ.เมืองนครราชสีมา, สภ.เมืองนนทบุรี, สน.ปทุมวัน และสน.ห้วยขวาง ซึ่งเป็นการกระทำผิดซ้ำในลักษณะเดียวกันและมีพฤติการณ์โดยการเปลี่ยนชื่อ-สกุล และเข้าไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง แล้วยังมากระทำผิดในคดีนี้อีกทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์หลงเชื่อหลายพันคนทั่วประเทศ จ่ายเงินให้ผู้ต้องหามีมูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท

หลังเกิดเหตุผู้ต้องหายังได้ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปซื้อคอนโดมิเนียม รถยนต์ และใช้ส่วนตัวอันส่อไปในการกระทำผิดฟอกเงิน ประกอบกับภาพการทิ้งสมาชิกให้รอที่สนามบินสุวรรณภูมิสร้างความเสียหายต่อสนามบินสุวรรณภูมิและภาพลักษณ์ของประเทศ

อีกทั้งผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนีไปที่ จ.ระนอง กระทั่งเจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวมาตัวมาโดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 13/2559 ลงวันที่ 29 มีนาคม2559 เรื่องการป้องกันและปราบปรามกระทำความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อย มามอบให้พนักงานสอบสวน จึงเชื่อว่าหากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้วจะหลบหนี ยากต่อการติดตามตัวมาดำเนินคดีในภายหลัง และเชื่อว่าจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานให้เกิดความเสียหายและเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน

ทั้งนี้ศาลพิจารณาคำร้อง และสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ขณะที่วันนี้ไม่มีญาติมายื่นคำร้องขอประกันตัวผู้ต้องหาแต่อย่างใด ซึ่งระหว่างที่รอส่งตัวเข้าเรือนจำ มีกลุ่มผู้สนับสนุนทั้งชาย-หญิงกว่า 10 คน มายืนพูดคุยให้กำลังใจกับซินแสโชกุนว่ากำลังรวบรวมเงินเพื่อมาขอประกันตัวให้ โดยซินแสโชกุน ได้ตอบกลับว่า “ขออย่าทิ้งกัน คิดเสียว่าเป็นญาติคนหนึ่ง” ซึ่งมีผู้สนับสนุนหญิงบางรายถึงกับหลั่งน้ำตา ขณะที่ทุกคนพยายามบอกกับผู้ต้องหาด้วยว่า “อย่าท้อ สู้ๆๆ”

กระทั่งเวลา 13.55 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ควบคุมตัวซินแสโชกุน ผู้ต้องหา ไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา ศาลแขวงพระนครเหนือ ยังออกหมายจับ น.ส.ภวิศ ภูริภัทร์เมฆินทร์ เลขที่ 215/2560 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ตามที่พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ร้องขอกรณีมีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า น.ส.ภวิศ กับน.ส.พสิษฐ์และซินแสโชกุน เป็นบุคคลเดียวกันที่ได้หลอกลวงผู้เสียหายรายหนึ่งเมื่อเดือนเมษายน59 ว่าจะพาบุตรวัย 9 ขวบไปถ่ายแบบเกาหลีก่อนจะขอค่าดำเนินการ 2.2 แสนบาทสุดท้ายไม่ได้ถ่ายแบบตามที่อ้าง ผู้เสียหายจึงแจ้งความดำเนินคดีไว้ โดยพนักงาน สน.ห้วยขวาง เตรียมจะดำเนินการขอขออายัดตัวผู้ต้องหาไว้ดำเนินคดีเช่นกัน

ส่วนกรณีปรากฏคลิปเสียงที่พฤติการณ์ส่อว่าอาจเข้าข่ายการแอบอ้างเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น ก็ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน