เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 23 เมษายน 2560 พ.ต.ท.สมรภูมิ สุขโพธิ์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุมีชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดทำร้ายตนเอง และใช้อาวุธปืนยิงลูกชายจนเสียชีวิต จึงรายงานให้ พ.ต.อ.สุระพรรณ นาทวรทัต ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.ต.ท.สถิตย์ คงเนียม รอง ผกก.(ป) สภ.เมืองสมุทรสาคร รับทราบ

จากนั้นจึงไปยังที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว มีรั้วรอบด้าน บ้านเลขที่ 52/222 หมู่ที่ 3 ซอยโรงหล่อ ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พร้อมกับเจ้าหน้าที่วิทยาการ จากกองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร

บริเวณหน้าบ้านพบอาวุธปืนลูกซองยาวตกอยู่ 1 กระบอก ภายในมีปลอกกระสุนปืนคาลำกล้องอยู่ 1 ปลอก และยังพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่ามีโอ สีดำ หมายเลขทะเบียน กวท 241 สมุทรสาคร ล้มคว่ำอยู่

เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดประตูเข้าไปในบ้านก็พบหยดเลือดเป็นทางไปจนถึงบริเวณหน้าประตูห้องนอนห้องแรก และที่ในห้องครัวยังพบตู้เย็น ข้าวของ ถูกทำลายจนพังเสียหาย

ภายในห้องนอนห้องแรกนั้น พบศพเป็นเด็กผู้ชายอายุ 9 ปี สวมเสื้อสีชมพู นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต ที่ศีรษะถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองจนสมองแตกกระจาย ทราบชื่อคือ เด็กชายอนุรักษ์ หรือน้องฟลุค ขันจำนงค์ อายุ 9 ปี

นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืนลูกซองยาว 1 ปลอก ขวดเหล้าขาวที่ยังมีเหล้าเหลืออยู่อีก 1 ขวด และ กับข้าว 2 อย่าง อีกทั้งยังมีการเปิดโทรทัศน์ กับพัดลมทิ้งไว้ด้วย

ต่อมาทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายขุนทอง ขันจำนงค์ อายุ 36 ปี มีอาชีพเป็นช่างอยู่ในอู่ทำเรือประมง และเป็นพ่อแท้ๆ ของเด็กที่เสียชีวิต ซึ่งหลังก่อเหตุได้ออกไปอยู่หน้าบ้านแล้วพยายามใช้มีดปลอกผลไม้แทงตัวเองที่บริเวณหน้าอก กระทั่งดาบตำรวจมานพ วงษ์นารี เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยบริการสาครธานี พบกับผู้ต้องหา จึงควบคุมตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ สภ.เมืองสมุทรสาครก่อนหน้านี้แล้ว

ด้าน ด.ต.มานพเล่าว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นที่บ้านหลังดังกล่าว เมื่อมาถึงก็พบกับนายขุนทองใช้มีดปลอกผลไม้แทงที่บริเวณหน้าอกตนเองอย่างคนเสียสติ จึงได้เข้าเตะมีดที่มือทิ้ง จากนั้นก็พยายามพูดจาปลอบนายขุนทองให้ใจเย็นๆ จนกระทั่งผู้ต้องหาพอควบคุมสติได้ ก็ยื่นมือมาให้แล้วบอกให้ใส่กุญแจมือจับเข้าคุกเลย เพราะได้ก่อเหตุฆ่าลูกชายในห้องนอน

ญาติของนายขุนทองที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน เล่าว่า นายขุนทองเป็นคนที่ค่อนข้างขี้โมโหและมีอารมณ์แปรปรวน เวลาโมโหก็จะมีอารมณ์รุนแรง มีอาชีพเป็นช่างอยู่ในอู่ทำเรือประมง โดยได้พักอาศัยอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุพร้อมกับแม่ของนายขุนทอง และญาติพี่น้องกับหลานๆ รวมทั้งหมด 9 คน

ขณะเกิดเหตุภายในบ้านมีเพียงแม่ของนายขุนทองที่อายุมากแล้ว กับหลานๆ อีก 3 คน และนายขุนทอง กับ ลูกชายที่เสียชีวิตเท่านั้น ส่วนคนอื่นออกไปทำงานยังไม่กลับเข้ามา

ลูกชายคนนี้เป็นคนเล็ก ปกติจะอยู่กับแม่ที่จังหวัดลำปาง แต่นายขุนทองเพิ่งจะไปรับลงมาอยู่ด้วยได้ประมาณครึ่งเดือน ส่วนภรรยาไม่ได้กลับมาที่บ้านนี้นานเกือบปีแล้ว

ในช่วงประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา นายขุนทองแสดงอาการเครียดเรื่องที่ภรรยาไม่ยอมกลับมาอยู่ด้วย จึงดื่มแต่เหล้า ไม่ยอมออกไปทำงาน แต่พี่ๆ น้องๆ ไม่มีใครกล้าว่า ซึ่งก็ไม่คิดว่านายขุนทองจะเครียดจนเกิดอาการคลุ้มคลั่งใช้ปืนยิงลูกชายตัวเองเสียชีวิตแบบนี้

ทั้งนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้สอบปากคำนายขุนทอง ขันจำนงค์ หลังจากที่สามารถควบคุมสติอารมณ์ให้อยู่ในภาวะปกติได้แล้ว และจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน