สวนนงนุชย้ายต้นมะขาม 30 ต้นรอบสนามหลวง เปิดพื้นที่สร้างพระเมรุมาศ

เจ้าหน้าที่สวนนงนุชช่วยกันตัดแต่งกิ่งต้นมะขาม จำนวน 30 ต้น รอบสนามหลวงก่อนขนย้ายต้นมะขามให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ โดยนำไปอนุบาลไว้ ที่จ.ปทุมธานี เพื่อเปิดพื้นที่ใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ขณะที่ลุงวัย 77 ปีอดีตทำงานในสวนจิตรลดาเปิดใจเดินทางมากราบพระบรมศพกว่า 50 ครั้ง

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐ วิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อาทิ คณะนักเรียนเก่าโรงเรียนราชินีบน รุ่นที่ 47, รุ่นที่ 51 และรุ่นที่ 59, โรงเรียนปานะพันธ์วิทยา ในพระบรมราชูปถัมภ์ รุ่น 12, โรงเรียนเทศบาล 1 นาเริ่งราษฎร์บำรุง, โรงเรียนศรัทธาสมุทร, บริษัท เหนือน้ำ จำกัด (ร้านอาหารบ้านเหนือน้ำ),

บริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ จำกัด (ตลาดยิ่งเจริญ), บริษัท ส.บุญมีฤทธิ์วิศวกรรม จำกัด คณะที่ 1-2, ศูนย์การค้าเซ็นเตอร์ วัน ช้อปปิ้ง พลาซ่า, บริษัท หลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน), สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย, บริษัท เอ็ม.เอ.เอ็น กฏหมายและบัญชี, บริษัท ไร้ซ์แลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท เกียรติไพศาลโลจิสติก จำกัด, บริษัท อดัมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท คลาสิคสแกน จำกัด, ครอบครัวพลเอกหลวงสุรณรงค์และท่านผู้หญิงจรวย สุรณรงค์ ฯลฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะเป็นวันที่ 174 ตลอดทั้งวันมีพสกนิกรเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศ อาทิ ภูเก็ต สุรินทร์ ลพบุรี กาญจนบุรี นครศรีธรรมราช เพื่อกราบสักการะพระบรมศพ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ท่ามกลางสภาพอากาศที่แดดร้อนอบอ้าว

สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 24 เม.ย. มีจำนวนทั้งสิ้น 26,462 คน รวม 173 วัน มี 6,422,621 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 5,504,497.50 บาท รวม 173 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 519,069,697.26 บาท

นายโสม โสมวงศ์ศรีกุล อายุ 77 ปี ชาวบางจาก กรุงเทพฯ เดินทางด้วยรถประจำทางมากราบสักการะพระบรมศพเพียงลำพัง เปิดเผยว่า ตนเคยทำงานที่โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เมื่อประมาณปี 2500 เป็นเพียงคนงานที่ทำงานแบกหาม และทำความสะอาด และเคยได้เฝ้ารับเสด็จฯ ในหลวงร.9 อย่างใกล้ชิด จำได้ว่าพระองค์แย้มพระสรวลให้ ตอนนั้นใครได้ใกล้ชิดก็จะสัมผัสได้ว่าพระองค์ทรงพระสิริโฉมงดงาม นับเป็นความปลาปลื้มใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ และตนยังจำได้จนถึงทุกวันนี้

“ผมมากราบสักการะพระบรมศพกว่า 50 ครั้ง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ เป็นความรักและความศรัทธาที่มีต่อพระองค์ และจะมากราบพระองค์จนกระทั้งถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตลอด 70 ปีที่พระองค์ทรงงานมากมายเหลือเกิน และทรงเก่งในทุกด้าน ทรงศึกษาถึงแก่นแท้ พัฒนาทั้งน้ำและดิน เพื่อให้คนไทยอยู่ดีกินดีจนถึงทุกวันนี้ ผมดำเนินชีวิตตามปรัชญาของพระองค์ในด้านความพอเพียง กินพออิ่มและประหยัด ปลื้มใจที่ได้ปฏิบัติตามคำสอน เป็นความสุขที่ยิ่งกว่าสุข” นายโสม บอกเล่าด้วยความตื้นตันใจ

สองพี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช น.ส.อาภา จูงศิริ อาชีพรับราชการครู วัย 57 ปี และ น.ส.ธัญญาภรณ์ จูงศิริ เลขานุการการแพทย์ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง วัย 53 ปี ผู้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นส่วนหนึ่งในหน้าที่การงานและการดำเนินชีวิต เปิดใจหลังจากกราบสักการะพระบรมศพ เสร็จตั้งแต่ช่วงเช้าว่า เดินทางมาที่พระบรมมหาราชวัง โดยมาถึงตั้งแต่เวลา 05.30 น. แม้ว่าจะมาครั้งที่สอง แต่ก็ยังคงรู้สึกปลื้มปีติ อีกทั้งยังระลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 อยู่เสมอ

จากนี้ตั้งใจว่าช่วงที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ก็จะมาร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านอีกครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นต้นแบบในทุกๆ ด้าน สำหรับตัวเองซึ่งรับราชการเป็นครู พยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด น้อมนำในคำสอนของพระองค์มาบูรณาการกับเด็กนักเรียน

นางศิริพรรณ เนตรทองคำ ประชาชนคนไทยเจ้าของร้านอาหารในประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวภายหลังเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า มีโอกาสได้มากราบสักการะพระบรมศพ เป็นครั้งที่ 2 แล้ว และครั้งนี้เพิ่งเดินทางมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ได้กราบสักการะพระบรมศพล้วนเต็มไปด้วยความตื้นตันใจ จนพูดไม่ออก น้ำตาก็ไหลทุกครั้ง

เมื่อครั้งที่ทราบข่าวอาการทรงพระประชวรหนักของในหลวง ร.9 เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก็รีบตีตั๋วจากสหรัฐอเมริกามาที่ประเทศไทยในทันที ถึงแม้จะมาถึงเมืองไทยก่อนในหลวง ร.9 เสด็จสวรรคตเพียงแค่ 3 วัน แต่ตนก็มีโอกาสได้ไปเฝ้าส่งเสด็จฯขบวนพระบรมศพที่สะพานพระปิ่นเกล้า ที่ผ่านมาในหลวงร.9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อคนไทยที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาอย่าเป็นล้นพ้น ทั้งเรื่องคุณภาพชีวิต และเรื่องทางพระพุทธศาสนา

“ทุกปีในหลวง ร.9 จะพระราชทานผ้าพระกฐิน ให้ครอบครัวเรานำไปทอดยังวัดหลวงในสหรัฐอเมริกา เป็นประจำทุกปี โดยปีก่อนนี้ก่อนที่พระองค์จะเสด็จสวรรคตก็ได้พระราชทานผ้าพระกฐินให้ครอบครัวเราจำนวน 9 ไตร เพื่อนำไปทอดแก่วัดหลวงในสหรัฐอเมริกา พระองค์ก็ยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นแก่คนไทยที่มาอาศัยทำงานในต่างแดน และคิดอยากจะกลับไปยังแผ่นดินแม่ เมื่อก่อนเมื่อไปทำงานที่ต่างประเทศถ้าเราได้พาสปอร์ตที่สหรัฐอเมริกาแล้ว เมื่อเราคิดอยากจะมาเยี่ยมครอบครัวที่บ้านเกิดเมืองไทย เราจะอยู่ได้เพียงแค่ 30 วัน จากนั้นต้องวีซ่า เพื่อที่จะได้อยู่เมืองไทยต่อ มีหลายครั้งเรามาอยู่เมืองไทยเกิน 30 วันต้องเสียค่าปรับแพงมาก แต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ในหลวง ร.9 ทรงมีรับสั่งว่า เป็นคนไทย ไม่ต้องต่อวีซ่า เมื่อกลับมาประเทศไทย สามารถใช้พาสปอร์ตของประเทศไทย เพื่อเข้าประเทศ และพำนักอยู่นานเพียงใดก็ได้ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณนี้ ทำให้พวกเราชาวไทยที่ไปประกอบอาชีพที่ต่างแดนสามารถกลับมาพำนักเมืองไทยนานเท่าไรก็ได้ โดยไม่ต้องเสียเงินต่อวีซ่า” นางศิริพรรณ กล่าว

ขณะที่ นายปัญญา อัมพร เจ้าของร้านอาหารไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ไปอาศัยและประกอบอาชีพในต่างแดนนานถึง 32 ปี กล่าวด้วยน้ำเสียงตื้นตันใจว่า พอทราบข่าวว่าจะมีโอกาสได้เป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พระบรมศพในวันนี้ จึงตัดสินใจทิ้งตั๋วเดินทางกลับประเทศสหรัฐอเมริกาในทันที เพื่อมาในวันนี้ ช่วงที่ในหลวง ร.9 เสด็จสวรรคต 30 วันแรก คนไทยในสหรัฐอเมริกาก็ได้จัดพิธีสวดบำเพ็ญกุศลที่วัดพุทธ ในไมอามี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. จนครบ 30 วัน

ถึงแม้ว่าวันนี้ใหลวง ร.9 จะเสด็จสวรรคตไปแล้ว แต่ท่านก็ไม่ได้จากพวกเราไปไหน ยังคงสถิตอยู่ในใจคนไทยเสมอมา และจะน้อมนำคำสอนเรื่องหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์มาใช้ในการดำเนินชีวิตต่อไป ทั้งนี้ ตนตั้งใจกลับมาอยู่เมืองไทยอีกไม่เกิน 3 ปี เพื่อทำสวนทำไร่ ที่จ.สระบุรี ตามรอยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และทำกิจกรรมเป็นจิตอาสา ช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่า โดยมีแรงบันดาลใจมาจากการได้นั่งมองพระบรมฉายาลักษณ์ของ ในหลวง ร.9 ที่อยากทำสิ่งต่างๆ เพื่อตอบแทนสังคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 06.30 น. เจ้าหน้าที่จากสวนนงนุช ช่วยกันตัดแต่งกิ่งต้นมะขาม จำนวน 30 ต้น ก่อนขนย้ายต้นมะขามออกจากสนามหลวงให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ โดยนำไปอนุบาลไว้ ที่ จ.ปทุมธานี เพื่อเปิดพื้นที่ใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

ด้าน นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า สำหรับในส่วนงานสถาปัตยกรรม ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุยเดชนั้น ภายหลังที่ผู้รับผิดชอบได้ทำการขยายแบบ เพื่อนำไปผลิตงานเท่าขนาดจริงจะนำไปประกอบที่โครงสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบ โดยจะทยอยตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป

บทความก่อนหน้านี้ทำดีต้องชื่นชม! ตร.ระดมกวาดตะปูหล่นเกลื่อนถนน กลัวประชาชนเหยียบจนยางรั่ว
บทความถัดไปจับแล้ว 3 ผู้ต้องหา ยิงหัวสาว 19 งานวันไหลบางแสน จนมุมเพราะถูกล่อซื้อยา (คลิป)